ุกคนคนละหนึ่งเส้นโดยไม่ซ้ำกัน
นอกจากใบจงตากแห้ง เย่อวี๋หรานยังสอนให้จูปาเม่ยนำวัสดุอย่างอื่นมาประยุกต์ใช้ในการถักร่วมกับใบจง เป็นต้นว่าแถบผ้าหรือเส้นด้าย ขอเพียงคิดว่าเอามาใช้ด้วยกันแล้วสวยงามล้วนเอามาลองใช้ดูได้ทั้งสิ้น
ทั้งแบบที่ซับซ้อน เรียบง่าย ลวดลายมากหรือลายน้อย นางไม่สนใจว่าทำออกมาแล้วจะล้มเหลวหรือไม่ ทั้งหมดนี้ล้วนแต่นำมาลองทำจนหมดสิ้น
ครั้นเห็นเย่อวี๋หรานเดินเข้ามา จูปาเม่ยก็รีบลุกขึ้นเรียกหาว่า “ท่านแม่”
“อื้ม” เย่อวี๋หรานส่งสัญญาณบอกให้นางทำต่อ ก้มศีรษะลงดูสร้อยเส้นที่นางถักไปก่อนหน้านี้
“ฝีมือของเสี่ยวเม่ยก้าวหน้าแล้ว เส้นนี้เทียบกับเส้นก่อนหน้าแล้วเรียบร้อยกว่ามาก แต่ว่าใช้ใบจงมากไปหน่อย” หลี่ซื่อตามเข้ามา เอาสร้อยเส้นที่วางอยู่บนโต๊ะมาเทียบกับเส้นที่อยู่บนข้อมือของตนเอง “เสี่ยวเม่ย เจ้าต้องตั้งใจทำต่อไปนะ พี่สะใภ้สี่จะได้สวมสร้อยงาม ๆ ไว้บนข้อมือหรือไม่ล้วนต้องพึ่งพาเจ้าแล้ว”
จูปาเม่ยถลึงตาใส่นาง “ฮึ!”
หลี่ซื่อยิ้มแย้มอย่างไม่ถือสาสักนิด นางหันมาพูดกับเย่อวี๋หรานว่า “ท่านแม่ ข้ามีอะไรจะถามท่าน ก่อนหน้านี้ข้าสวมสร้อยข้อมือออกไปทำงานข้างนอกใช่ไหมเจ้าคะ? มีคนเห็นเข้าก็ถามว่าข้าได้มันมาจากไหน อยากใช้สิ่งของมาแลกกับข้า ท่านแม่ ข้าแลกได้ไหมเจ้าคะ?”
“มีคนอยากได้ของแบบนี้?” เย่อวี๋หรานประหลาดใจ
“ทำไมจะไม่อยากได้ล่ะเจ้าคะ?” หลี่ซื่อซึมซับบทเรียนจากการแอบขายน้ำเชื่อมผลไม้คราวท