าต้าเป่ากับเอ้อร์เป่า ถามว่าพวกเขาได้ร่ำเรียนอะไรจากแม่สามีมาแล้วบ้าง ก่อนจะจำมาสอนลูกในท้องของตัวเอง พวกนางไม่อาจรั้งท้ายได้ จึงรีบสั่งสมความรู้ทำ ‘คาบพิเศษ’ ให้ตัวเองไปก่อน
“ฮัดชิ้ว” เย่อวี๋หรานจามขึ้นมาหนหนึ่ง
“ท่านแม่ คงไม่ใช่ว่ามีคนคิดถึงท่านอยู่นะเจ้าคะ?” หลี่ซื่อยิ้มถามอย่างเริงร่า
ฮิฮิ ในเรือนมีของกินเพิ่มขึ้นมาในคืนเดียว นางย่อมเบิกบานใจอยู่แล้วสิ
ตอนนี้ในเรือนไม่มีของกินอะไรมาก รอจนฤดูกาลเก็บเกี่ยวคราวนี้ผ่านพ้นก็จะมี ‘ของขวัญแสดงความขอบคุณ’ มาอีกครั้ง
ตอนแรกหลี่ซื่อก็ไม่เข้าใจว่าไฉนแม่สามีจึงยอมแบกหม้อก้นดำใบนี้ แต่ครั้นนางได้รับผลประโยชน์ที่จับต้องได้ รวมถึงสายตาเห็นอกเห็นใจจากคนในหมู่บ้าน นางจึงเข้าใจแจ่มแจ้ง ความรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจนี้อย่าได้ดีงามเกินไปนักเลย!
เย่อวี๋หรานชำเลืองมองนาง “เจ้าซักผ้าเสร็จแล้วหรือ?”
“ฮิฮิ ข้าแช่ไว้ก่อนเดี๋ยวค่อยซักเจ้าค่ะ ท่านแม่ ท่านวางใจเถอะ ข้าจะตากก่อนเวลากินมื้อเที่ยงแน่นอนเจ้าค่ะ”
“คร้านจะสนใจเจ้าแล้ว” เย่อวี๋หรานลุกขึ้นแล้วเข้าไปในห้องเพื่อดูว่าสร้อยข้อมือที่จูปาเม่ยถักคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว
นางคิดว่าตนเองมอบหมาย ‘การบ้าน’ ให้จูปาเม่ยแล้ว แต่จูปาเม่ยยังมีเวลาไปเตร็ดเตร่ข้างนอกจนถูกคน ‘หลอกลวง’ เอาได้ คงเป็นเพราะการบ้านที่นางมอบหมายให้น้อยเกินไปเป็นแน่ ดังนั้นนางจึงเพิ่มการบ้านให้จูปาเม่ยไปอีกเท่าตัว ทุกวันจะต้องถักสร้อยข้อมือให้พี่สะใภ้ท