ด มีผู้ชายแปลกหน้า!”
เย่อวี๋หรานปิดผ้าม่านรถม้าลงด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “เอาล่ะ หยุดร้องได้แล้ว รีบจัดแจงตัวเอง พวกข้าจะมัดโจรค้ามนุษย์พวกนี้ไว้ แล้วเจ้าก็ไปบอกกล่าวกับคนในหมู่บ้าน พวกข้าสองคนจัดการผู้ชายสองคนนี้ไม่ไหวหรอกนะ” จากนั้นก็ไม่สนใจจูปาเม่ยที่เช็ดหน้าเช็ดตาอยากจะแก้ไขความประทับใจใหม่อีกครั้ง
นอกจากจูปาเม่ย บนรถม้านี้ยังมีแม่นางน้อยเยาว์วัยอีกสามคน คนหนึ่งเป็นคนหมู่บ้านสกุลจู เย่อวี๋หรานค้นหาในความทรงจำเจ้าของร่างเดิมก็จำได้ว่าคือลูกสาวของจูเหวินรุ่ย
เย่อวี๋หรานสอบถามจูปาเม่ย จึงทราบว่าแม่นางน้อยสามคนนี้ ‘นอนหลับ’ มาตั้งแต่ก่อนที่นางจะขึ้นไปบนรถม้า คาดว่าน่าจะถูกวางยาสลบ ไม่อาจฟื้นขึ้นมาในเร็ว ๆ นี้
นางเริ่มเคลื่อนย้ายเด็กสาวที่ยังคงไม่ได้สติเหล่านั้น ปลดเชือกบนร่างของพวกนางแล้วเอาไปมัดผู้ร้ายค้ามนุษย์ทั้งสองคน
“เสี่ยวเม่ย เจ้าไปบอกจูเหวินรุ่ยให้มารับคน แอบไปอย่างเงียบ ๆ อย่าให้คนอื่นรู้”
“เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าทราบแล้ว” จูปาเม่ยกระโดดลงมาจากรถม้าแล้วมองกานอี้เซียนด้วยสีหน้าแดงระเรื่อ น่าเสียดายที่กานอี้เซียนไม่ได้มองนาง แต่กำลังช่วยเหลือคนอื่น ๆ อยู่กับเย่อวี๋หราน
นางกระทืบเท้าอย่างหงุดหงิด วิ่งกลับไปที่หมู่บ้านสกุลจูอย่างว่องไวราวกับโผบิน
ผ่านไปไม่นาน จูเหวินรุ่ยก็พาพี่ใหญ่ของเขารวมถึงลูกชายอีกสองคนมาถึง
ครั้นเขาเห็นจูเสียวเสวี่ยผู้เป็นลูกสาวที่ยังคงสลบไสลอยู่บนรถม้า ผู้ชายอกสา