นคนแบกรับไว้ ส่วนชื่อเสียงดีงามกลับมอบให้พวกเขา
เขาพลันสาบานในใจว่าต่อไปนี้จะไม่ฟังคนพวกนั้นพูดจาเหลวไหลอีกแล้ว คนแบบจูต้าเหนียงจะเป็นคนไม่ดีได้อย่างไรกัน?
จะต้องเป็นแค่ข่าวลือแน่นอน
ผ่านไปสักพัก จูเหวินรุ่ยก็พาพี่ใหญ่และลูกชายสองคนไปงัดแผ่นไม้ของรถม้าออก หามจูเสียวเสวี่ยผู้เป็นลูกสาวและเด็กสาวอีกสองคนไปที่ป่าข้างทาง ส่งมอบคนให้กับพวกเย่อวี๋หราน ส่วนตนเองและคนอื่น ๆ ก็พา ‘โจรกระจอก’ เหล่านั้นกลับไปที่หมู่บ้าน
เขาก็อยากจะพาจูเสียวเสวี่ยกลับไปด้วยเหมือนกัน แต่รู้สึกว่าจูต้าเหนียงกล่าวได้ถูกต้อง ตอนนี้เป็นเวลากลางวัน หามลูกสาวกลับไปตอนนี้จะต้องถูกคนอื่นสังเกตพบความผิดปกติแน่นอน ไม่สู้ปล่อยให้นางรู้สึกตัวขึ้นเองเหมือนแม่นางน้อยสองคนนั้นดีกว่า หรือไม่อย่างนั้นก็รอฟ้ามืดก่อนแล้วค่อยว่ากัน
ภรรยาของจูเหวินรุ่ยย่อมรู้ดีว่าสามีของตนเองพาลูกชายสองคนออกไปทำอะไร สุดท้ายพบว่าพวกเขาจับตัว ‘โจรกระจอก’ กลับมา แต่ไม่พาลูกสาวกลับมาด้วย ก็ตกใจจนแข้งขาอ่อนยวบ
แต่นางก็ยังนับว่าสงบนิ่ง ทราบว่าเรื่องนี้ไม่อาจแพร่งพรายออกไป มิเช่นนั้นก็เท่ากับทำลายทั้งชีวิตของลูกสาว
หลายปีมานี้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นับวันผู้คนก็ยิ่งให้ความสำคัญกับชื่อเสียงทางฝั่งสตรีมากขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากคล้ายตามกระแสของยุคสมัย
จูเหวินรุ่ยส่งสายตาให้ภรรยา แล้วก็ไปหาเจ้าหน้าที่ทางการ ส่งเรื่อง ‘โจรกระจอก’ เหล่านั้นให้