่วงเกินนายน้อยและนายหญิงจนถูกขับไล่ออกมา เจ้าไม่อาจทำความผิดแบบเดียวกับข้าได้ เข้าใจหรือไม่?”
“หมายความว่าท่านแม่ไม่ได้จะให้ข้าไปเอาอกเอาใจพี่สะใภ้ แต่ต้องการสอนข้าว่าจะ ‘ปะเหลาะคน’ ได้อย่างไรสินะเจ้าคะ?” จูปาเม่ยครุ่นคิดขึ้นมาได้ก็ยินดีปรีดา คว้าสร้อยข้อมือเดินออกจากห้องไป
สำหรับการให้เหตุผลของจูปาเม่ย เย่อวี๋หรานได้แต่ยิ้มส่ายศีรษะอย่างอับจนปัญญา
มุมมองด้านคุณค่าของคนผู้หนึ่งไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ง่ายดายปานนั้น
แม้ว่าตอนนี้นางจะยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดที่แท้จริงของจูปาเม่ยได้ แต่คงต้องเริ่มปรับปรุงพฤติกรรมของนางก่อน ให้นางทำเรื่องที่สมควรทำไปก่อนก็ดีเหมือนกัน
เรื่องราวบางอย่างก็ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ครั้นถึงตอนเย็น ต้าเป่าและเอ้อร์เป่ายังคงกลับมานอนที่นี่ รับผิดชอบ ‘ปรนนิบัติ’ จูชีต่อไป
เย่อวี๋หรานไม่ทราบว่าจูปาเม่ยไปคราวนี้มีผลตอบรับอย่างไรบ้าง แต่นางอารมณ์ดียิ่งนัก ขาดก็แต่ครวญเพลงแล้ว
ในยุคสมัยนี้ไม่นิยมร้องเพลง เพราะจัดอยู่ในเก้าวิชาชีพของชนชั้นล่าง[1] มีแต่นักแสดงงิ้วจึงจะทำกัน
ถึงเย่อวี๋หรานจะนึกครึ้มอกครึ้มใจอยากสอนนางสักหลายท่อน แต่ก็กลัวว่าจะนำมาซึ่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อจูปาเม่ย จึงระงับความคิดนั้นเอาไว้
จูชีมีต้าเป่าและเอ้อร์เป่าคอยดูแล นับว่าช่วยแบ่งเบาเย่อวี๋หรานได้ไม่น้อย นางไม่มีธุระอย่างอื่นแล้วจึงอาศัยช่วงที่ท้องฟ้ายังไม่ทันมืดสนิทมาทบทวนเนื้อห้าที่สอนให้จูปา