้อยเอามาแลกกับเจ้า”
ต้าเป่าจึงพูดขึ้นทันควัน “ต้องเอาผลแดงน้อยสิบลูกมาแลก ข้าถึงจะให้กินคำหนึ่ง”
สหายน้อยกล่าวว่า “สิบลูกคือเท่าไหร่? ข้าไม่รู้”
เอ้อร์เป่าชูมือเล็กจ้อยขึ้นมา พูดอย่างกระตือรือร้นว่า “ข้ารู้ ข้ารู้ ก็คือจำนวนเท่ากับนิ้วมือทั้งสิบ”
เห็นได้ชัดว่าเพื่อน ๆ ของพวกเขานับเลขไม่เป็น แต่นี่กลับไม่ส่งผลกระทบต่อความกระตือรือร้นของเด็กทั้งหลาย พวกเขาต่างครุ่นคิดหาวิธีการมาแลกเปลี่ยน
ด้วยเหตุนี้ ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่านอกจากจะแลกได้หอยขมแล้ว ยังแลกของอย่างอื่นมาได้จำนวนมาก แต่ว่าท่านย่าต้องการหอยขม พวกเขาจึงเอาหอยขมให้ท่านย่า ส่วนที่เหลือพวกเขาเอาให้หลี่ซื่อทั้งหมด
หลี่ซื่อเห็นสิ่งของที่ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าส่งให้ตนเองก็ดีใจยิ่งนัก
นางรู้อยู่แล้วว่าการค้าขายนี้ต้องสำเร็จแน่
ต้นทุนของน้ำเชื่อมผลไม้มาจากไหน? ผลแดงน้อยเก็บมาจากบนภูเขา ฟืนก็เอามาจากในเรือน มีเพียงแป้งที่ต้องใช้เงินนิดหน่อย แต่สามารถใช้แป้งแลกของกินกลับมาได้มากมายเช่นนี้ คำนวณอย่างไรก็คงไม่ขาดทุนกระมัง?
เย่อวี๋หรานหาได้ล่วงรู้เรื่องราวทางฝั่งของหลี่ซื่อ หลังจากได้หอยขมมาก็นำพวกมันไปเลี้ยงเอาไว้เหมือนคราวที่แล้ว ตระเตรียมว่าเช้าวันรุ่งขึ้นจะเอาไปต้มสุกแล้วนำไปให้ไก่กิน
คราวก่อนนางเพียงทดลองดูว่าพวกไก่จะยอมกินหรือไม่ แต่เพื่อรับประกันความปลอดภัย ป้องกันไม่ให้พวกไก่มีพยาธิ นางคิดว่าเอาไปทำให้สุกก่อนน่าจะปลอดภัยกว่า
อาหารเย็