นวันนี้ดูจะทำให้ทุกคนผิดหวังอยู่บ้าง ขนมเปี๊ยะไม่อร่อยเท่าเมื่อก่อน แม้แต่น้ำแกงผักก็สูญเสียความหอมเย้ายวนใจไป บุรุษสกุลจูผิดหวังยิ่งนัก
เวลานั้นเอง เย่อวี๋หรานยกถ้วยใบหนึ่งออกมา ตักแบ่งให้ทุกคน คนละหนึ่งช้อน
“ท่านแม่ นี่คืออะไรหรือ?” จูซานจมูกดี แค่ดมก็แยกออกแล้วว่ากลิ่นของเจ้าสิ่งนี้แตกต่างออกไป
ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือไม่ เขาคิดว่าตนเองได้กลิ่นของ ‘เนื้อ’ ด้วย?!
แต่ว่าปลาในเรือนถูกนำมากินหมดแล้วไม่ใช่หรือ?
เย่อวี๋หรานไม่ได้ตักให้จนหมด และพูดว่า “ใช้เนื้อของเจ้าอัปลักษณ์ทำ”
ด้วยเกรงว่าพวกเขาจะฟังไม่เข้าใจ นางจึงตัดสินใจใช้คำที่คนที่นี่ใช้เรียกปูแทน
จูซานเบิกตากว้าง “อะไรนะ?! เจ้าอัปลักษณ์?! ท่านแม่ ท่านล้อเล่นใช่ไหม ของแบบนั้นกินแล้วถึงตายได้นะ”
จูซื่อได้กลิ่นหอมจากในถ้วยจนน้ำลายสอ แต่ถึงกระนั้นก็ยังต้องตะลึงเช่นกัน
ส่วนจูเหล่าโถวหน้าซีด “ในเรือนไม่มีของกินแล้วรึ? เป็นไปไม่ได้นี่นา ในลานเรือนยังมีมันเทศตากอยู่ คงไม่ถึงขั้นนี้กระมัง…” เขานึกว่าเย่อวี๋หรานคิดจะวางยาพิษเอาชีวิตทุกคนเสียอีก
หลี่ซื่อเห็นปฏิกิริยาของพวกผู้ชายแล้วก็ป้องปากลอบยิ้ม
จูซื่อเข้าใจภรรยาของตัวเองดี เห็นแล้วก็ทราบว่าต้องมีอะไรในกอไผ่ จึงรีบถามนางเสียงเบาว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่
หลี่ซื่อไม่ได้อธิบาย เพียงกระซิบว่า “ของอร่อย”
“วางใจได้ ไม่ทำให้พวกเจ้าตายหรอก” เย่อวี๋หรานคร้านจะสนใจพวกเขา นางเอาแป้งกรอบปาดน้ำพริก