ปูที่เคี่ยวจนข้นเหนียว จากนั้นก็นำเข้าปาก
หลี่ซื่อเห็นแม่สามีกินแล้วก็เริ่มกินตาม โดยเลียนแบบวิธีการกินของอีกฝ่าย
แววตาของนางพราวระยับ รู้สึกว่าน่าเหลือเชื่อ เจ้านี่หน้าตาพิลึกกึกกือ ทั้งยังอัปลักษณ์ไม่ไหว แต่กลับมีรสชาติอร่อยเลิศรสยิ่งนัก?!
จูซื่อเห็นมารดากับภรรยากินแล้วก็ไม่สนใจอะไรอีก ชิมเข้าไปหนึ่งคำ
“?!”
“เป็นอะไรไป เจ้าสี่?” จูซานถามอย่างคร่ำเครียด
“พี่สาม เนื้อของเจ้าอัปลักษณ์ทำไมอร่อยได้ถึงขนาดนี้?!”
จูซานรีบหยิบแป้งกรอบขึ้นมาจิ้มน้ำพริกลองชิมดูบ้าง
ดังนั้นไม่รอให้จูเหล่าโถวต้องเอ่ยปาก สมาชิกสกุลจูทั้งเด็กและผู้ใหญ่ทุกคนล้วนเลียนแบบท่าทางของเย่อวี๋หราน เอาแป้งกรอบไปจิ้มน้ำพริกปู
ความจริงแล้วเย่อวี๋หรานยังไม่ชินเท่าไหร่ น้ำพริกปูที่ผสมน้ำเคี่ยวออกมานี้มีรสชาติแปลก ๆ อยู่บ้าง ยิ่งเอาแป้งกรอบลงไปจิ้ม รสชาติก็ยิ่งประหลาดขึ้นไปอีก
แต่ก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าคนอื่นๆ ในครอบครัวชอบอกชอบใจอย่างยิ่ง แต่ละคนต่างก็ชมว่าเจ้าสิ่งนี้อร่อย
จูเหล่าโถวเห็นปฏิกิริยาของทุกคนก็ลองชิมอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ฉับพลันนั้นก็นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา
เฮ้อ…แต่งงานอยู่ด้วยกันมาตั้งนาน กลับเป็นครั้งแรกที่รู้ว่าภรรยาของเขามีทักษะการทำอาหารยอดเยี่ยมขนาดนี้ แล้วจะทำอย่างไรได้?
จูเหล่าโถวไม่คิดจะพูดอะไรทั้งสิ้น ก้มหน้าก้มตากินไปเงียบ ๆ
สุดท้ายเย่อวี๋หรานก็ไม่ได้กินน้ำพริกปูสูตรเลียนแบบนี้อีก แต่กลับเอาให้ต้