ี่ทำให้คนทึ่งได้”
นางตบหลังจูปาเม่ยเบา ๆ เพื่อให้นางฝึกฝนให้มาก
“ข้าจะสอนวิธีถักแบบอื่นให้เจ้าอีก แต่ข้าจะสอนเจ้าแค่วิธีถักเท่านั้น เจ้าไม่อาจเอาแต่ทำตามความคิดสร้างสรรค์ของข้าได้ แต่เจ้าต้องคิดวิธีการสร้างสรรค์แบบใหม่ออกมาเองด้วย”
จูปาเม่ยพยักหน้า “เจ้าค่ะ ข้าทราบแล้ว ท่านแม่”
หลังถักสร้อยข้อมือได้สามอัน เวลานอนกลางวันก็ผ่านพ้นไปแล้ว เย่อวี๋หรานยืนขึ้นเคลื่อนไหวร่างกาย จากนั้นก็ได้ยินเสียงดังมาจากในลานเรือน
จูเหล่าโถวเริ่มเรียกลูกชายให้ตามเขาไปทำนา
บรรดาลูกสะใภ้ก็ลุกขึ้นมาจากการนอนกลางวัน เริ่มจัดการงานเรือนในช่วงบ่าย คนที่จิตใจยังคงสดชื่นกระปรี้กระเปร่าคงมีแต่ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าที่อยู่ข้างนอกและยังไม่กลับมา
เย่อวี๋หรานออกมาข้างนอก จูปาเม่ยนั่งสักพักก็ตามออกมา แน่นอนว่านางไม่ได้ออกมาเพื่อทำงาน แต่มาเพื่อ ‘อวดอ้าง’
นางจงใจเดินนวยนาดผ่านหน้าบรรดาพี่สะใภ้ ทำทีเหมือนจะไปช่วยงานพวกนาง แล้วก็จงใจทำสร้อยข้อมือโผล่ออกมาเหมือนไม่ได้ตั้งใจ
สร้อยข้อมือที่ทั้งงดงามและประณีตนั้นทำให้เหล่าพี่สะใภ้ตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
หลี่ซื่อเก็บคำพูดไม่อยู่ ถามขึ้นมาเดี๋ยวนั้น “โอ้โห เสี่ยวเม่ย ที่สวมอยู่บนข้อมือเจ้าคืออะไรน่ะ งดงามยิ่งนัก!”
แววตาของหลินซื่อเผยความอิจฉาออกมาให้เห็น “ท่านแม่รักเจ้ามากจริง ๆ ใช้เงินไม่น้อยเลยกระมัง?”
จูปาเม่ยมีสีหน้าได้ใจ “ใช้เงินตรงไหน? เจ้านี่น่ะ ต่อให้มีเงินก็หาซื้อไม่ได้ ตอนพ