างถักก็ดูใส่ใจกับแถบผ้าอย่างมาก ถักไปพลาง ปรับไปพลาง ครั้นเก็บปลายผ้าส่วนที่ตัดทิ้งไปเสร็จแล้ว ก็ราวกับเจตนาตัดออกมาให้เป็นเช่นนั้น
จูปาเม่ยเลื่อมใสยิ่งนัก
มิน่าล่ะ ท่านแม่ถึงชอบตำหนิว่านางโง่งม ถ้านางมีฝีมือแบบท่านแม่แล้วละก็…
เดี๋ยวก่อน ท่านแม่มีฝีมือร้ายกาจปานนี้ แต่ยังถูกนายน้อยไล่ออกมา เป็นอนุภรรยาไม่สำเร็จ ส่วนนางที่ยังสู้ท่านแม่ไม่ได้ แล้วนี่จะไม่ยิ่งอนาถกว่าหรอกหรือ?
จูปาเม่ยคล้ายจะเข้าใจแล้วว่าทำไมหลายวันมานี้ท่านแม่จึงเริ่ม ‘จัดการ’ กับนาง
จริง ๆ แล้วไม่ใช่เพื่อ ‘จัดการ’ นาง แต่เป็นเพราะนางยังห่างชั้นจากท่านแม่อีกไกล เห็นว่านางใกล้จะถึงวัยนั้นแล้ว ท่านแม่จึงร้อนใจสินะ
จูปาเม่ยลอบเข่นเขี้ยวในใจ ไม่ได้การ! นางจะต้องเรียนรู้ให้เก่งกาจ มิฉะนั้นคงจะต้องลงเอยเหมือนท่านแม่ ทำได้เพียงแต่งให้ชาวนาขาเปื้อนโคลน เป็นแม่สามีไปตลอดชีวิต!
“เจ้ารู้ไหมว่าถ้าอยากจะถักให้สวยแบบนี้ นอกจากเลือกสีแล้วยังมีจุดสำคัญอะไรอีก?” เย่อวี๋หรานถามอย่างจริงจัง
“อะไรหรือเจ้าคะ?”
“ความริเริ่มสร้างสรรค์” เย่อวี๋หรานกลัวนางจะไม่เข้าใจจึงเปลี่ยนไปใช้คำอื่น “หรือก็คือความคิด ไม่ว่าเจ้าจะถักอะไรก็ตาม ในหัวเจ้าต้องมีความคิดที่ชัดเจนเสียก่อน ต่อให้เป็นวิธีถักแบบพื้นฐานไม่กี่แบบ ขอเพียงเจ้าฝึกฝนจนคล่องแคล่ว ใช้งานได้ชำนาญแล้ว ก็นำวิธีการเหล่านั้นมาผสมผสานกัน ผนวกกับการเลือกสีและวัสดุที่ใช้ มันก็สามารถกลายเป็นสิ่งท