าคน สิ่งของที่จะทำให้จูปาเม่ยสิ้นเปลืองความคิดได้ขนาดนี้ย่อมเป็นกำไลเงินวงนั้นแล้ว
นางอยากบอกจูปาเม่ยจริง ๆ ว่า “นั่นคือของปลอม มันเป็นเงินผสม หลอกได้แต่แม่นางน้อยที่ไม่เคยเห็นโลกมาก่อนเท่านั้นแหละ”
แต่จูปาเม่ยกลับเป็นคนที่โดนหลอกคนนั้นนี่สิ…
เย่อวี๋หรานลอบด่าผู้ชายสมควรตายที่มาหลอกลวงจูปาเม่ย นึกสาปแช่งบรรพบุรุษสิบแปดรุ่นของอีกฝ่ายในใจ ก่อนจะคว้าแถบผ้าจากมือจูปาเม่ย “นี่คงเป็นเศษผ้าที่เหลือจากซื้อมาคราวโน้นกระมัง?”
แถบผ้าเหล่านี้ไม่ใช่ผ้าฝ้ายธรรมดาทั่วไป น่าจะเป็นเจ้าของร่างเดิมไปซื้อผ้าส่วนเกินนี้มาจากร้านขายผ้าในตำบลเพื่อเอาใจจูปาเม่ยโดยเฉพาะ
ถึงแม้สตรีในหมู่บ้านสกุลจูจะทำผ้ากระสอบใช้งานเองได้ แต่ผ้ากระสอบเนื้อหยาบเช่นนั้นสวมบนร่างแล้วไม่ค่อยสบายตัวนัก มีเพียงตอนไปทำงานจึงสวมไว้ชั้นนอกสุด ป้องกันไม่ให้ชุดผ้าป่านด้านในที่เนื้อละเอียดกว่าต้องเสียหาย
ผ้าป่านหนึ่งฉื่อราคาสิบหกอีแปะ ส่วนผ้าฝ้ายชั้นเลวราคายี่สิบหกอีแปะ แต่ไข่หนึ่งฟองราคาสองอีแปะเท่านั้น เห็นได้ว่าในยุคสมัยที่กำลังผลิตต่ำเตี้ยแบบนี้ ผ้าเหล่านี้ราคาแพงมากเพียงใด
ต่อให้เป็นแถบผ้าแบบนี้ก็ยังขายได้ นำมาใช้ทำกระเป๋าพกกระจุ๋มกระจิ๋ม ดอกไม้ผ้าประดับศีรษะ ล้วนเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว
แถบผ้าในมือจูปาเม่ยนี้ก็ใช้เงินไปหนึ่งเหรียญถึงซื้อกลับมาได้
เจ้าของร่างเดิมตัดใจจ่ายเงินหนึ่งเหรียญนี้ออกไปได้ก็เพื่อสอนให้จูปาเม่ยได้รู้จักผ้าพับ