ข้าจะจัดการเจ้าอย่างไร
ขณะนั้นจูอู่ที่กำลังพูดคุยเรื่อยเปื่อยกับพวกพี่ชายพลันจามขึ้นมา และบ่นพึมพำว่า “ใครกำลังคิดถึงข้ากัน?”
“หนึ่งครั้งคิดถึง สองครั้งก่นด่า สามครั้งพร่ำเพ้อหา มีคนคิดถึงเจ้าแน่ะ” จูซานหยอกเย้า
“ไปไหนก็ไปเลย!” จูอู่ต่อยหมัดใส่เขา พี่น้องทั้งหลายพลันครึกครื้นขึ้นมา
จูซื่อรีบปราม “ระวังหน่อย เตียงข้าเพิ่งจะซ่อมมาหมาด ๆ อย่าทำมันพังอีก ไม่อย่างนั้นเมียข้าได้มาคิดบัญชีกับข้าแน่”
“ฮ่า ๆๆๆ…เจ้าสี่ เจ้านี่ขี้ขลาดจริง ๆ”
จูซื่อที่ถูกหัวเราะเยาะไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด และยังพูดขึ้นว่า “ขี้ขลาดก็ขี้ขลาดสิ ดีกว่าไม่มีเตียงนอนก็แล้วกัน”
ยามนั้นจูปาเม่ยกลับไปที่ห้อง อาศัยช่วงที่ไม่มีใครอยู่ล้วงกำไลเงินวงนั้นออกมาอย่างทะนุถนอม ชื่นชอบจนวางมือไม่ลง
ครั้นนึกถึงคนที่มอบกำไลเงินวงนี้ให้ ดวงหน้าก็พลันแดงขึ้นมาเสียอย่างนั้น
เคราะห์ดีที่เย่อวี๋หรานไม่อยู่ที่นี่ มิฉะนั้นเป็นต้องโมโหแน่ มารดามันเถอะ จูปาเม่ยเพิ่งจะสิบขวบเองนะ คนหน้าไม่อายคนไหนบังอาจมาทำร้ายผู้เยาว์ลับหลังนาง?!
นางจะต้องลากเขาออกมาให้ได้ แล้วทำลายขาที่สามของคนคนนั้นทิ้งซะ
แน่นอนว่าเย่อวี๋หรานไม่ได้อยู่ที่นี่ นางรู้แค่ว่าจูปาเม่ยมีความเคลื่อนไหวบางอย่าง แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน
เวลานี้นางถูกจูเหล่าโถวเรียกตัวออกไปพูดคุย ฟังเหตุผลกองพะเนินของเขา และฟังเข้าใจอยู่ประโยคเดียวว่าครอบครัวพวกเราจนเกินไป ไม่มีปัญญาส่งเด็กเรียนหนัง