้ที่กำลังจะถูกขายออกมาคนนี้ เขาไม่สนใจว่านางจะปราศจากมลทินหรือไม่ ทราบเพียงแค่ว่าสตรีผู้นี้สามารถคลอดลูกได้
ชีวิตจูเหล่าโถวค่อนข้างเรียบง่ายเช่นเดียวกับชาวนายากจนทั้งหลาย ความคิดจิตใจมีอยู่เรื่องเดียวก็คือ ‘ให้กำเนิดลูกชาย’
แล้วก็เป็นอย่างที่เย่อวี๋หรานเดาไว้ จูเหล่าโถวสามารถอดทนอดกลั้นต่อเจ้าของร่างเดิมมาได้หลายปีขนาดนี้ก็เพราะนางอาศัยแรงฮึดสำเร็จการใหญ่ คลอดลูกชายออกมาให้เขาถึงเจ็ดคน ทั่วหมู่บ้านสกุลจูไม่มีใครมีลูกชายมากเท่าเขาอีกแล้ว
เย่อวี๋หราน “…”
จังหวะของแม่หมูเช่นนี้ คนทั่วไปจะเทียบได้หรือ?
จูเหล่าโถวพยายามทุกวิถีทางแล้ว หวังว่านางจะเข้าใจสถานการณ์ของครอบครัว และหยุดทำเรื่องไร้สาระเสียที แต่เย่อวี๋หรานกลับพูดว่า “ครอบครัวนี้ข้าเป็นคนตัดสินใจ!”
“เจ้าคิดจะทำให้คนทั้งบ้านต้องอดตายหรือ?” จูเหล่าโถวเห็นนางพูดไม่รู้เรื่องก็โมโห ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เจ้าทำนามาทั้งชีวิต คนในครอบครัวเคยได้กินอิ่มหรือไม่?” เย่อวี๋หรานถามกลับอย่างไม่ไว้หน้า “ทำไมตอนนั้นข้าถึงล้ม? ยังไม่ใช่เพราะครอบครัวยากจน เมียเจ้าสี่อุ้มท้องโตขนาดนั้น กระทั่งจะกินไข่สักฟองยังต้องไปแอบข้ากินหรอกหรือ? ถ้าทุกคนได้กินอิ่ม มีไข่กิน ใครยังจะมัวมาขโมยกินอยู่อีก?”
“ข้าจับตามองอยู่ทั้งวี่ทั้งวันก็เพราะกลัวพวกนางจะขโมยกินนี่แหละ แล้วมันมีประโยชน์ไหม?”
“ในเรือนเราก็มีของกินอยู่น้อยนิดเท่านี้ยังจะทำให้ใครกินอิ่มได้? วัน ๆ กิ