หยี แล้วรีบพูดว่าไม่มีทางที่นางจะทำพลาดแบบนั้นเด็ดขาด
“ที่จริงแล้ววิธีนำฉุนไช่มาทำอาหารนั้นง่ายมาก พวกท่านดู ใบของมันจะเล็ก ๆ แบบนี้ ต้มน้ำจนร้อน แล้วก็เอาฉุนไช่ลงไปลวกในน้ำร้อน ลวกจนเป็นสีเขียวมรกตแบบนี้ก็ใช้ได้แล้ว”
“จากนั้นเอาขึ้นมาผ่านน้ำเย็น ทิ้งให้สะเด็ดน้ำ ก็ค่อยเติมหัวไชเท้าฝอยกับผักกาดขาวหั่นฝอยลวกสุกพวกนี้ลงไป เติมเครื่องปรุงลงไปนิดหน่อย คลุกเคล้าให้เข้ากัน”
“น่าเสียดายที่เครื่องปรุงในเรือนเรามีไม่เยอะ ข้าได้ยินคนพูดกันว่าการคลุกแบบต้นตำรับแท้ ๆ กลิ่นหอมมากเชียวล่ะ”
หลี่ซื่อโรยเกลือลงไปคลุกให้เข้ากันพลางทำท่าเสียอกเสียดาย หลังทำเสร็จแล้วยังให้เย่อวี๋หรานกับสะใภ้ทั้งสามชิมกันคนละคำ
ไม่ใช่แค่เย่อวี๋หรานที่ไม่เคยเห็นมาก่อน หลิ่วซื่อ หลิวซื่อ และหลินซื่อก็ไม่เคยเห็นมาก่อนเช่นกัน
“หมู่บ้านสกุลหลี่ของพวกเจ้ามีวิธีกินแบบนี้ ทำไมข้าถึงไม่รู้?” แม้ว่าหลินซื่อจะไม่ใช่คนหมู่บ้านสกุลหลี่ แต่สมัยก่อนนางมีลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงที่แต่งกับคนหมู่บ้านสกุลหลี่ นางเคยไปนอนค้างที่นั่นมาก่อน แต่กลับไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับผักฉุนไช่เลย
หลี่ซื่อเหล่มองนาง “ข้าบอกตั้งแต่เมื่อไหร่ว่านี่เป็นวิธีกินของหมู่บ้านสกุลหลี่? นี่เป็นวิธีกินของคนทางใต้ต่างหาก เป็นสูตรที่ญาติฝั่งยายของข้าสืบทอดกันมา เพียงแต่พวกเราทางนี้ไม่คุ้นเคยกับรสชาติแบบนี้ก็เลยไม่ได้แพร่หลายออกไป”
“รสชาติแปลกอยู่สักหน่อยจริง ๆ ด้วย” หลินซื่อ