งบวกแปดเท่ากับสิบ”
หลังท่องจบยังถามขึ้นมาเสียงอ่อยว่า “ท่านย่า แบบนี้ถือว่าท่องจบไหมขอรับ?”
คนสกุลจูไม่รู้เลยว่าเด็กสองคนนี้ท่องอะไรกัน แต่ก็อดตึงเครียดขึ้นมาไม่ได้ ทุกสายตาจับจ้องเย่อวี๋หราน
ต้าเป่ามองสีหน้าของเย่อวี๋หรานอย่างประหม่า
“ผ่านด่าน!”
เมื่อเย่อวี๋หรานพูดสองคำนี้ คนทั้งหมดก็ผ่อนลมหายใจออกมา
“ที่ให้พวกเจ้าท่องเมื่อเย็นวาน ยังจำได้อยู่หรือไม่?” คิดไม่ถึงว่าเย่อวี๋หรานจะถามขึ้นมาอีก
เหล่าผู้ใหญ่ตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้ง
คราวนี้เด็กทั้งสองไม่ประหม่าแล้ว เอ้อร์เป่ารีบพูดขึ้นว่า “ท่านย่า อันนี้ข้าจำได้ หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง หนึ่งบวกสองเท่ากับสาม หนึ่งบวกสามเท่ากับสี่ หนึ่งบวกสี่เท่ากับห้า หนึ่งบวกห้าเท่ากับหก หนึ่งบวกหกเท่ากับเจ็ด หนึ่งบวกเจ็ดเท่ากับแปด หนึ่งบวกแปดเท่ากับเก้า หนึ่งบวกเก้าเท่ากับสิบ…”
ท่องออกมาได้ทั้งหมดโดยไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว
“อื้ม! ไม่เลวเลย คราวหน้าพยายามต่อไปนะ เข้าใจไหม เอ้อร์เป่า?”
ครั้นได้รับคำชมเชย เอ้อร์เป่าก็ดีใจอย่างกับอะไรดี พยักหน้าหงึกหงักอย่างเริงร่า “อื้ม ๆ ท่านย่า ท่านวางใจได้ ต่อไปข้าจะตั้งใจท่องแน่นอน”
“ท่านย่า ข้ายังต้องท่องอีกรอบหรือไม่ขอรับ?” ต้าเป่าถามขึ้นจากข้าง ๆ
เย่อวี๋หราน “ท่อง”
ต้าเป่าท่องออกมา “หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง หนึ่งบวกสองเท่ากับสาม หนึ่งบวกสามเท่ากับสี่ หนึ่งบวกสี่เท่ากับห้า หนึ่งบวกห้าเท่ากับหก หนึ่งบวกหกเท่ากับเจ็ด หนึ่