ป่ากลอกตาครุ่นคิด “ตกลง”
“เจ้าฟังให้ดี” เย่อวี๋หรานท่องด้วยท่าทางเยือกเย็น “หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง”
ต้าเป่า “หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง”
“หนึ่งบวกสองเท่ากับสาม”
“หนึ่งบวกสองเท่ากับสาม”
“หนึ่งบวกสามเท่ากับสี่”
“หนึ่งบวกสามเท่ากับสี่”
……
“ดังนั้นถ้าเอามารวมกันก็จะได้ว่า หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง หนึ่งบวกสองเท่ากับสาม หนึ่งบวกสามเท่ากับสี่ หนึ่งบวกสี่เท่ากับห้า หนึ่งบวกห้าเท่ากับหก หนึ่งบวกหกเท่ากับเจ็ด หนึ่งบวกเจ็ดเท่ากับแปด หนึ่งบวกแปดเท่ากับเก้า หนึ่งบวกเก้าเท่ากับสิบ…” เย่อวี๋หรานพูด “เอาล่ะ สอนเจ้าครบสามรอบแล้ว กลับไปนอนเถอะ พรุ่งค่อยมาทดสอบเจ้า”
“ท่านย่า คืนนี้ให้ข้านอนกับอาเจ็ดเถอะนะขอรับ ข้ารับหน้าที่ดูแลอาเจ็ดเอง” ต้าเป่าได้ยินอย่างนั้นก็รีบพูดขึ้นมา
“เจ้าจะนอนที่นี่? เจ้าไปพูดกับอาเจ็ดและท่านแม่ของเจ้าเองเถอะ ถ้าพวกเขาตกลงก็ตามนั้น” เย่อวี๋หรานคิดไม่ถึงว่าต้าเป่าจะติดอาเจ็ดของเขาขนาดนี้
อย่างไรก็ได้ทั้งนั้น เด็ก ๆ จะชอบความคึกครื้นบ้างก็ไม่แปลก
“ขอรับ อาเจ็ดต้องตกลงอย่างแน่นอน” ต้าเป่าวิ่งปร๋อเข้าไปในห้อง
ไม่รู้ว่าพวกเขาอาหลานคุยอะไรกัน ได้ยินแต่เสียงซุบซิบคิกคักอย่างเลือนราง ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่
แต่ฟังจากเสียงหัวเราะของต้าเป่าที่ดังขึ้นเป็นระยะก็ทราบว่าพวกเขาสองคนคุยกันอย่างมีความสุขทีเดียว
เย่อวี๋หรานส่ายหน้า เด็กนั้นบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ไม่เหมือนพวกผู้ใหญ่ที่รังเกียจว่าจูชีเป