ดอย่างไรก็ตาม เจ้าเจ็ดก็เป็นลูกชายของท่านแม่ เห็นคนจะตายแล้วยังไม่ช่วยก็คงไม่ได้”
พูดตามตรงแล้ว ตอนที่เขาได้ยินคำพูดของท่านแม่จากปากของหลิวซื่อ ส่วนลึกในจิตใจของจูซานก็รู้สึกตื้นตันอยู่บ้าง
เจ้าเจ็ดคนทึ่มกลายเป็นแบบนั้น ท่านแม่ก็ยังจะช่วย ในอนาคตถ้าพวกเขาพี่น้องคนไหนเกิดเรื่องขึ้นมา ท่านแม่ยังจะไม่ช่วยหรือ?
เฮอะ! ต่อไปใครกล้าพูดว่าท่านแม่ของพวกเขาไม่ดี เขาก็จะไม่ไว้หน้าคนผู้นั้น
“ท่านแม่พูดแบบนั้นจริง ๆ?” จูซื่อมีสีหน้าหวั่นไหว
หลี่ซื่อกะพริบตาปริบ และพูดว่า “แปลกตรงไหน? ท่านแม่ก็เป็นแบบนี้มาตลอดไม่ใช่หรือ? ครอบครัวพวกเราใครถูกรังแกแล้วท่านแม่ไม่ไปเอาคืนให้บ้าง?”
จูซื่อได้แต่ครุ่นคิด แน่ใจหรือว่านั่นคือการแก้แค้นแทนพวกเขา ไม่ใช่ว่าบุกไปทวงผลประโยชน์ถึงเรือนผู้อื่น?
แต่คำพูดประดานี้ เขาย่อมไม่พูดขึ้นมาต่อหน้าภรรยา ลูกชายที่ไหนจะเอาข้อเสียของมารดามาเปิดโปงกัน?
สรุปได้ว่า วาจานั้นของเย่อวี๋หรานยังคงทำให้พวกเขาตื้นตันใจไม่มากก็น้อย
จูซานเอ่ยว่า “แน่นอน พี่สะใภ้รองไม่โกหกพวกเราหรอก เรื่องพวกนี้รอสักหน่อยไปถามเสี่ยวเม่ยหรือน้องสะใภ้ห้าดูก็รู้แล้ว โกหกกันไม่ได้หรอก”
“แต่ว่า…” จูซื่อมองคนในลานเรือนด้วยท่าทางลังเล ดึงจูซานมาด้านข้างไม่ให้ภรรยาของเขาได้ยิน แล้วกระซิบเสียงเบาข้างหูจูซานว่า “เรื่องของน้องหกนี่มันยังไงกัน?”
สีหน้าจูซานเปลี่ยนไปเล็กน้อย “คำพูดนี้ ข้าจะถือว่าไม่เคยได้ยินมาก่อน”
“