ียวสักหน่อย” จูซานว่า
“หรือจะเป็นวิญญาณชั่วร้ายในภูเขา?” จูซื่อละล้าละลัง “สมัยก่อนคนเฒ่าคนแก่พูดกันว่าในภูเขามีวิญญาณชั่วร้ายสถิตอยู่ ถ้าเรียกชื่อใครแล้วคนนั้นขานรับก็อาจกลับเรือนไม่ได้อีกเลยตลอดกาล ข้าไม่ขานหรอก ข้ายังอยากกลับเรือนอยู่นะ”
“พอเจ้าพูดแบบนี้ข้าก็รู้สึกหนาวสันหลังแล้ว”
“ข้าก็เหมือนกัน”
……
ผู้ชายหลายคนแบ่งกันแบกหามสิ่งของ รีบลงมาจากเขา
จูซานตาไว “เจ้าสี่ เจ้าดูนั่นสิ วิญญาณชั่วร้าย”
จูซื่อมองไป “ไอ้หยา เมียข้าจริง ๆ ด้วย”
“หา ไม่ใช่วิญญาณร้ายหรอกหรือ?”
“เมียข้าเอง” จูซื่อรีบแบกของลงจากเขา “เจ้าขึ้นเขามาทำไม? ท้องโตอุ้ยอ้ายขนาดนี้ ท่านแม่ยังวางใจให้เจ้าออกมารึ?”
“โอ้โห สวรรค์ ข้าร้องเรียกมาครึ่งค่อนวันแล้วทำไมไม่มีใครขานรับข้าเลยแม้แต่คนเดียว?” หลี่ซื่อเห็นพวกเขาแล้วก็ร้อนใจมาก “พวกท่านรู้หรือยังว่าทางนี้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว”
“เกิดเรื่องอะไร?” จูซื่อรีบถาม
“เจ้าเจ็ด เจ้าเจ็ดถูกคนตีตายแล้ว ท่านแม่พาคนไปแล้ว ให้ข้าขึ้นเขามาบอกพวกท่าน กลายเป็นว่าข้าวกไปวนมาอยู่แถวนี้เสียตั้งนาน ตะโกนเรียกอยู่ครึ่งค่อนวันก็ยังไม่เจอพวกท่าน”
“อะไรนะ?!” พี่น้องสกุลจูได้ยินก็รีบร้อนวิ่งลงจากเขา
“นี่ เหล่าซื่อ รอข้าก่อน ข้าเร็วไม่ไหว…” หลี่ซื่อตะลึง เพราะจูซื่อก็อยู่ในกลุ่มคนที่วิ่งลงจากเขาด้วย
ถึงขนาดนี้แล้ว พวกเขาก็ยังไม่ลืมจับสิ่งของในมือแน่น ไม่ปล่อยให้หล่นหายไป
ครั้นจูซื่อได้สติกลับมาก็