ยาก เขายังไม่ตาย รบกวนท่านช่วยดูอาการให้หน่อยเถอะ” เนื้อหายังนับว่าสุภาพ แต่น้ำเสียงนี่สิ ไม่คล้ายมาหาหมอ แต่เหมือนมาหาเรื่องกันถึงเรือนเสียมากกว่า
เย่อวี๋หรานปวดศีรษะ นิสัยของเจ้าของร่างเดิมเป็นแบบนี้ ไม่แปลกเลยที่ไปล่วงเกินคนทั้งหมู่บ้าน
หรือนางไม่กลัวว่าหมอชาวบ้านจะไม่รักษาคนในครอบครัวนาง? หรือเจ้าของร่างเดิมคิดว่าคนในครอบครัวจะไม่เจ็บป่วย?
ครั้นนึกถึงตอนที่เจ้าของร่างเดิมล้มฟาดพื้นก็ไม่ได้ถูกหามออกมาหาหมอ เย่อวี๋หรานจึงคิดว่าความจริงแล้วน่าจะเป็นเพราะคนสกุลจูไม่มีเงินมาหาหมอกระมัง?
ยังดีที่หมอชาวบ้านคนนี้ค่อนข้างขี้ขลาด ดูเหมือนจะกลัวเจ้าของร่างเดิมมากทีเดียว ครั้นได้ยินว่ามาให้ตรวจอาการก็รีบให้คนมาหามคนเจ็บเข้าไปข้างใน
เย่อวี๋หรานเกรงว่าจะทำให้เขากลัวจึงไม่ได้ตามเข้าไป เรียกให้จูปาเม่ยเข้าไปแทน
“นั่นเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของเจ้า จำความรู้สึกตอนที่ได้ยินข่าวการตายของเขาไว้ให้ดี ความผูกพันทางสายเลือดไม่ใช่สิ่งที่จะตัดขาดกันได้ ถ้าไม่อยากเสียใจทีหลังก็ดูแลพี่เจ็ดของเจ้าให้ดี”
มือของจูปาเม่ยถือมีดทำครัว ไม่ทราบว่าคิดอะไรอยู่ แต่ก็ขานรับเสียงเบาว่า “เจ้าค่ะ” จากนั้นก็เดินเข้าไป
“จูซื่อหู่ จูอู่จ้วง เมียเจ้ารอง และเมียเจ้าห้า ไปกับข้า” เย่อวี๋หรานหันมาพาคนอื่น ๆ จากไป
สาเหตุที่นางพาจูซื่อหู่กับจูอู่จ้วงมาด้วยย่อมเป็นเพราะว่าในกลุ่มของนางไม่มีผู้ชาย ถ้าคิดจะไปถกเหตุผลกับผู้อื่น ก่อนอื่นกำป