าอย่างการไม่เชื่อฟังท่านแม่ ท่านควรต้องจัดการอย่างเข้มงวด”
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าคิดว่าข้าควรจัดการอย่างเข้มงวดแบบไหนดี?”
“เอ้อ…เรื่องนี้ข้าจะทราบได้อย่างไรเจ้าคะ?” หลินซื่อพูดเสียงอ่อย “ท่านเป็นท่านแม่ ย่อมต้องให้ท่านเป็นคนตัดสินใจ”
“เฮอะ ๆ! เจ้ายังรู้ว่าให้ข้าเป็นคนตัดสินใจ? ข้ายังนึกว่าเจ้าจะเสนอความคิดอะไรเสียอีก อย่างเช่นให้ข้าขับหลี่ซื่อออกจากเรือน หรือกลับบ้านเดิมของนางไปปรับปรุงตนเองเสร็จแล้วค่อยกลับมาใหม่” เย่อวี๋หรานกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา
“เปล่านะเจ้าคะ ท่านแม่ ข้าไม่ได้คิดอย่างนั้น” หลินซื่อรีบอธิบายอย่างตื่นตระหนก
“ไม่มีเรื่องอะไรก็สงบปากสงบคำ คิดเรื่องไร้สาระให้น้อย ทำงานให้มาก” เย่อวี๋หรานคร้านจะเสวนากับนาง และหมุนกายเดินจากไป
หลินซื่อยืนอยู่ที่เดิม สีหน้าปั้นยาก
นางไม่เข้าใจเลยสักนิด เมื่อเช้าตอนที่หลี่ซื่อ ‘สั่งสอน’ นางต่อหน้าทุกคน ท่านแม่กลับไม่มีความเห็นแม้แต่น้อย แต่พอเป็นนาง ท่านแม่กลับไม่พอใจ?
ทั้งตื่นตระหนกทั้งไม่พอใจ รู้สึกว่าท่านแม่ลำเอียงเกินไปแล้ว
ยามนั้นหลิวซื่อเดินอ้อมออกมาจากหลังประตู มองหลินซื่อด้วยสีหน้าเป็นกังวล “เจ้า…เจ้าไม่เป็นไรนะ?”
“อา พี่สะใภ้รองหรอกหรือ ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” หลินซื่ออึดอัดใจอยู่บ้าง
นางรู้จักพี่สะใภ้รองคนนี้ตั้งแต่ยังไม่แต่งเข้ามาแล้ว เนื่องจากอายุมากแล้วยังไม่แต่งงาน พี่สะใภ้รองผู้นี้ก็คือซาลาเปานิ่มดี ๆ นี่เอง คนในเรือนทำเสี