ชา
จูปาเม่ยกลัวจนคอหด
นางไปบ้านสกุลใหญ่ก็เพื่อเป็นอนุภรรยาเสพโชคลาภวาสนา ไม่ใช่ไปตายเสียหน่อย
“กฎระเบียบบ้านสกุลใหญ่มีมากยิ่งนัก ถ้าเจ้าไม่รู้จักควบคุมตัวเอง เก็บงำความคิดให้มิดชิด ทำตามกฎอย่างเคร่งครัดไม่พลาดแม้แต่ก้าวเดียว แล้วยังคิดจะเข้าไปเสพโชคลาภวาสนา? ฝันไปเถอะ เจ้าเข้าไปแล้ว ข้ากับพ่อของเจ้าคงจะได้แต่ศพกลับมา เจ้าคิดว่าแม่ของเจ้าอยู่ในนั้นตั้งหลายปีก็อยู่มาเสียเปล่าอย่างนั้นหรือ? ถ้าเจ้ามีความสามารถได้สักครึ่งหนึ่งของแม่เจ้าในตอนนั้น ข้าคงจะส่งเจ้าไปนานแล้ว ยังจะเก็บเจ้าไว้ในเรือนอยู่ทำไม?”
จูปาเม่ยเอ่ยเสียงเบาหวิว “ท่านแม่บอกว่าครอบครัวเราไม่มีเงินไม่ใช่หรือ…”
เย่อวี๋หรานถลึงตาใส่นาง
จูปาเม่ยปิดปากฉับ
“ข้อสาม ผู้อาวุโสพูดอะไร ผู้เยาว์ก็ควรฟัง” เย่อวี๋หรานกวาดตามองลูกชายกับลูกสะใภ้ รวมถึงหลานชายสองคนก็ไม่ละเว้น
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่ารีบหลบไปอยู่ข้างขามารดา กลัวว่าจะถูกจับออกไปโบย
ลูกชายกับลูกสะใภ้คิดขึ้นมาพร้อมกันว่า วันนี้ข้าคงไม่ได้ทำอะไรผิดไปหรอกนะ?
จูเหล่าโถวลอบคิดว่า เมียเฒ่าเอาแต่แสดงบารมีอยู่นั่นแหละ นางยังจะกินข้าวอยู่ไหม? เสี่ยวเม่ยมีสภาพแบบนั้น ไม่ใช่เพราะนางเป็นคนทำหรอกหรือ?
“ไม่ว่าข้าจะพูดถูกหรือผิด ในเมื่อข้าเป็นผู้อาวุโส ตอนที่ข้าพูดอยู่ไม่ว่าใครก็ห้ามสอดปาก ทุกคนทำได้แค่ฟัง” สุดท้ายสายตาเย่อวี๋หรานก็ตกลงบนร่างของจูปาเม่ย แล้วถามว่า “เข้าใจหรือยัง?”
จูปาเม่ยพยัก