หน้าอย่างว่าง่าย “ท่านแม่ ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
“ดี ไม่ว่าในใจเจ้าคิดอะไร อย่างน้อยข้างนอกเจ้าก็ต้องแสดงว่าเชื่อฟังออกมา”
จูปาเม่ย “…”
ท่านแม่ ท่านกำลังสอนให้ข้าหลอกลวงท่านอยู่หรือ?
“ข้อสี่”
จูปาเม่ยอยากจะร้องไห้ ยังจะมีอีก?!
“ตัวเองรู้สึกโกรธก็เอาความผิดของคนอื่นมาลงโทษตัวเอง ตอนกินข้าวเจ้าสะบัดหน้าใส่ข้า จงใจแสดงท่าโกรธกระฟัดกะเฟียดกลับห้องไปไม่กินข้าว ร่างกายเป็นของเจ้าไม่ใช่ของคนอื่น เจ้าคิดว่าเจ้าไม่กินข้าว นอกจากคนที่กังวลสนใจเจ้าจริง ๆ ยังมีใครสงสารเจ้าอีกอย่างนั้นหรือ?” เย่อวี๋หรานพูดต่อว่า “ต่อให้โกรธอยู่ ก็ไม่ควรเอาความโกรธมาลงกับร่างกายตัวเอง ถ้าจะทำก็ระบายออกมาใส่คนอื่น เจ้าทำร้ายตัวเอง คิดว่าจะมีสักกี่คนที่คนสงสารเจ้า? ถ้าไม่มี คนที่เสียเปรียบก็เป็นเจ้าเองไม่ใช่หรือ? เจ้าคงไม่คิดว่าพอเข้าไปในบ้านตระกูลใหญ่แล้วยังจะมีคนสงสารเจ้าเหมือนที่บ้านหรอกนะ? ฝันไปเถอะ ต่อให้เจ้าตายที่นั่น คนอื่นแม้แต่จะมองเจ้าก็ยังไม่มอง”
จูปาเม่ยเย็นสันหลังวาบ คงไม่ใช่หรอกกระมัง?
“ถ้าเจ้าอยากไปจริง ๆ ก็ต้องเข้าใจหลักการข้อหนึ่ง คนที่หัวเราะเป็นคนสุดท้ายจึงจะเป็นผู้ชนะที่แท้จริง ปีนั้นแม่พลาดท่าก็เพราะแบบนี้ ย่ามใจเร็วเกินไป จึงได้ถูกคนอื่นเอาเปรียบ ถ้าไม่อย่างนั้นก็คงจะไม่มีเจ้าแล้ว”
จูปาเม่ยคิดถึงความร้ายกาจของมารดาแล้วก็เงียบไป
คนทั้งครอบครัวถูกท่านแม่จัดการได้หมด ตัวนางเองไม่มีความสามารถเช่นน