ก ข้าได้ตีเจ้าหรือดุด่าเจ้าไหม?”
“เปล่า”
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็บอกมาว่าทำไมพอข้ากลับมาเจ้าถึงมีสภาพแบบนี้ได้?” โยนคำถามออกไปไม่กี่ประโยค เย่อวี๋หรานก็พลิกสถานการณ์ได้แล้ว ข้าไม่ได้ตีเจ้า ไม่ได้ดุด่าเจ้า ยุ่งอยู่ทั้งเช้าจนกลับมา เจ้าก็มีสภาพแบบนี้เอง ยังจะมาโทษว่าข้าใจร้าย?
เฮ้ ๆ เจ้าทำแบบนี้จะให้มารดาแท้ ๆ ของเจ้าแบกหม้อก้นดำอย่างนั้นรึ?
คนทั้งครอบครัวพลันหันไปมองจูปาเม่ยด้วยท่าทางไม่อยากเชื่อ ร้ายกาจ! ที่แท้ก็จะให้ท่านแม่แบกหม้อก้นดำหรือนี่!
เสี่ยวเม่ย เจ้าเก่งกาจเสียจริง!
น้องสามี เจ้าสมกับเป็นแก้วตาดวงใจของแม่สามีจริง ๆ แม้แต่เรื่องแบบนี้ก็ทำออกมาได้ ถ้าเป็นพวกข้า ถลกหนังเป็นเรื่องเล็ก คงต้องถูกไล่กลับบ้านเดิมไปรับการอบรมมาใหม่เป็นแน่
จูปาเม่ยกล่าวอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรมว่า “แต่ว่าท่านใส่กลอนประตูไว้ ทั้งยังไม่ให้อาหารข้ากิน ข้าทั้งหิวทั้งกระหาย…”
ไม่รอให้นางพูดจบ เย่อวี๋หรานก็พูดขึ้นว่า “ดังนั้น? ดังนั้นเจ้าเลยทำตัวเองให้มีสภาพน่าอนาถแบบนี้แล้วโยนความผิดให้ข้า? เฮอะ ๆ! สมกับเป็นลูกสาวคนดีของข้าจริง ๆ ปกติข้าดีต่อเจ้าขนาดนั้น เจ้ากลับทำแบบนี้กับแม่แท้ ๆ ของเจ้า? ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมยิ่งนัก จูปาเม่ย เจ้าช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ!”
จูปาเม่ยเบิกตากว้าง คิดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะเปลี่ยนแปลงฉับพลันเช่นนี้ กลับกลายเป็นว่าเปลี่ยนเป็นไม่เอื้อประโยชน์ให้ตัวเอง
นางไม่รู้แล้วว่าทุกอย่างนี้เกิดขึ้นได