นเปลือกเปื้อนดินลงไปด้วยกระมัง?
นางคิดว่าตัวเองไม่พิถีพิถันมากแล้ว แต่เทียบกับหลี่ซื่อก็พลันรู้สึกว่ายังพยายามได้ไม่มากพอ นี่จึงเป็นคนในครอบครัวชาวนาที่เคยลำบากมาก่อนอย่างแท้จริง
แต่จะให้นางกลืนเปลือกที่มีดินลงไปด้วย เย่อวี๋หรานก็รู้สึกว่านางกลืนไม่ลงอยู่บ้าง
ไม่อย่างนั้น ส่วนที่เหลือนี้ก็ไม่ต้องกินแล้ว กลับไปล้างที่เรือนก่อนค่อยกิน?
เปลือกของมันก็กินได้เหมือนกันนี่นา
“ท่านแม่ ท่านกินไปก่อน ข้าขุดเองเจ้าค่ะ” คราวนี้ไม่ต้องให้เย่อวี๋หรานสั่งความ หลี่ซื่อหาท่อนไม้ท่อนหนึ่งให้ตัวเอง ลงมือขุด “ฮึบ ๆ” ท่าทางกระตือรือร้น
“ท่านแม่ ดูสิเจ้าคะ ข้าขุดได้อีกหัวแล้ว!”
“ท่านแม่ เจ้านี่มีเยอะเชียว ท่านดู กองนี้มีตั้งเยอะ แต่ละหัวใหญ่กว่ากำปั้นอีก ไอ้หยา มารดามันเถอะ ทำให้คนดีใจเกินไปแล้ว”
“แต่เสียดาย บางอันโดนข้าทำหักไปแล้ว”
……
เย่อวี๋หรานค้นพบจุดเด่นอีกอย่างของหลี่ซื่อ นั่นก็คือทำงานคล่องแคล่วกว่านางเสียอีก แต่มีข้อแม้ว่าต้องเอาของกินมาล่อ
“เมียเจ้าสี่ เจ้าลองดูให้ทั่วว่ายังมีใบแบบนี้อยู่อีกไหม?”
“ได้เลยเจ้าค่ะ ท่านแม่ ท่านเอาพวกนี้ใส่ตะกร้าสะพายหลังไปก่อนนะเจ้าคะ” หลี่ซื่อหยิบใบไม้บนพื้นขึ้นมาเดินหาไปทั่ว
วางมันเทศไว้ข้างล่าง วางผักป่าไว้ข้างบน เย่อวี๋หรานเพิ่งจะจัดเสร็จก็ได้ยินเสียงร้องดังมาจากฝั่งหลี่ซื่อ “ท่านแม่ เร็วเข้า ฝั่งนี้ยังมีอีกเจ้าค่ะ”
เย่อวี๋หรานสะพายตะกร้าขึ้นบนหลัง เดินเร็ว ๆ เ