บทที่ 13 หลี่ซื่อถูกนางถามจนงงงวย
หมู่บ้านสกุลจูไม่ได้มีขนาดใหญ่โตมากนัก จากหน้าหมู่บ้านไปถึงท้ายหมู่บ้านมีอยู่ราวยี่สิบถึงสามสิบครัวเรือน สร้างขึ้นล้อมรอบเชิงเขาไท่ตัง
นอกจากหมู่บ้านสกุลจูแล้ว ใกล้เคียงกันยังมีหมู่บ้านขนาดใหญ่อีกหลายหมู่บ้าน ชาวบ้านส่วนใหญ่ใช้แซ่จู หลี่ หลิว สามแซ่นี้เป็นหลัก เนื่องจากไม่ได้สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน จึงไม่ได้ห้ามคนแซ่เดียวกันแต่งงานกันเอง แต่ตอนที่ดูตัวกันจำเป็นต้องสอบถามสักเล็กน้อย จะได้ไม่ไปแต่งกับคนที่เป็นเครือญาติเดียวกันเข้า
ภูเขาไท่ตังใหญ่โตอย่างมาก ทอดยาวไปสิบกว่าหมู่บ้าน นอกจากทำการเกษตรแล้ว โดยพื้นฐานก็ดำรงชีวิตอยู่โดยพึ่งพาภูเขาลูกนี้
ทว่าเนื่องจากภูเขาใหญ่โตมากนัก บนเขาสามารถพบสัตว์ดุร้ายได้ง่าย ทุกคนจึงเคลื่อนไหวอยู่เพียงบริเวณเชิงเขา ไม่กล้ารุกล้ำไปไกลกว่านั้น
เว้นเสียแต่เป็นปีที่เกิดภัยพิบัติ แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ไม่มีผู้ใดกล้าเอาชีวิตไปเสี่ยง
เย่อวี๋หรานก็ไม่ได้คิดจะเข้าไปผจญอันตราย นางอาศัยความทรงจำเจ้าของร่างเดิมในการลัดเลาะไปตามเส้นทางเล็ก ๆ ที่คุ้นเคย
“ท่านแม่ ท่านดู ตรงนั้นมีผลไม้ป่าด้วย” หลี่ซื่อตาไว ไม่ทันไรก็พบกับสิ่งที่ต้องการ
เย่อวี๋หรานมองตามนิ้วมือของนางก็เห็นบางอย่างอยู่หลังพุ่มไม้ ซึ่งปกติมีกิ่งไม้ใบหญ้าบังอยู่จึงมองไม่เห็น
คราวนี้ไม่ทราบเพราะเหตุใดถึงได้เกิดลมหอบหนึ่งกวาดผ่านมา ต้นไม้ใบหญ้าสั่นไหวน้อย ๆ จึงเผยร่อง