ราวกับมีดคมกริบ
นางใช้โอกาสนี้สร้างบารมีของตนเองขึ้นมา ไม่ให้คิดว่าตัวนางในตอนนี้พูดง่ายกว่าเจ้าของร่างเดิมแล้วจะเหยียบขึ้นมาบนศีรษะของนางได้
“คนอื่น ๆ ฟังให้ดี ต่อไปถ้าพวกเจ้าไม่พอใจ รู้สึกว่าข้าไม่ยุติธรรม ไม่ต้องไปพูดนั่นพูดนี่อยู่ข้างหลัง หากมีความกล้าก็ลุกขึ้นมาพูด แต่หากไม่กล้าก็สงบปากสงบคำก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป ผู้ใดกล้าทำท่ายึก ๆ ยัก ๆ ไม่พอใจ ข้าก็จะอัญเชิญกลับบ้านเดิมไปเสีย สกุลจูของข้าไม่ขาดแคลนลูกสะใภ้!”
ชั่วขณะนั้น ไม่มีใครกล้าส่งเสียง
เอะอะก็จะส่งกลับบ้านเดิม ใครจะกล้าต่อต้านแม่สามี?
“เรื่องเรียนหนังสือยังไม่ต้องรีบร้อน อีกไม่นานก็จะถึงช่วงเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ถึงตอนนั้นจะยุ่งมาก ข้าก็จะไม่เพิ่มภาระให้พวกเจ้า ช่วงนี้พวกเจ้าก็พักผ่อนกันให้ดี รอจนสิ้นสุดฤดูกาลเก็บเกี่ยวค่อยยกเรื่องเรียนหนังสือขึ้นมาพูดกันใหม่” หลังใช้ไม้เรียวแล้ว เย่อวี๋หรานก็ไม่ลืมให้พุทราหวาน “พวกเจ้าสบายใจได้ เรื่องให้รางวัลที่ข้าพูดกับหลี่ซื่อ พวกเจ้าทุกคนล้วนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน มีไข่ไก่ให้วันละฟอง ส่วนใครจะได้กินไข่ก็ต้องดูที่ความสามารถของแต่ละคนแล้ว”
หลี่ซื่อกล่าวด้วยแววตาเป็นประกาย “ท่านแม่ ท่านวางใจได้ ข้าจะต้องได้ไข่มาครองแน่เจ้าค่ะ”
หลิ่วซื่อ หลิวซื่อ และหลินซื่อล้วนไม่พูดอะไร พวกนางก้มศีรษะลงต่ำ ส่วนว่าในใจคิดอะไรอยู่นั้นก็คงไม่มีใครรู้ได้
เย่อวี๋หรานไม่ได้สนใจ ก่อนจะเรียกชื่อหนึ่งขึ้น