มา “หลินซื่อ”
หลินซื่อยืดตัวขึ้นทันใด
“ในเมื่อเจ้ามีความเห็นยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ข้าก็จะให้ตัวเลือกเจ้าสองข้อ ข้อแรก อะไรก็ไม่ต้องทำ กลับไปอยู่ห้องของเจ้า อาหารเย็นเจ้าก็ไม่ต้องกินแล้ว อดหนึ่งวัน ส่วนว่าเจ้ายังเป็นสะใภ้สกุลจูอยู่หรือไม่นั้น คอยดูความประพฤติหลังจากนี้ของเจ้า ข้อสอง พี่สะใภ้รองกับพี่สะใภ้สี่ของเจ้าไม่ต้องทำงานแล้ว ให้อาหารหมู ล้างจาน เก็บโต๊ะ ทำความสะอาดห้องน้ำ ซักเสื้อผ้า เจ้าทำทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าเจ้ายังยินดีเชื่อฟังข้าอยู่ ข้าก็จะยอมรับว่าเจ้าเป็นลูกสะใภ้สกุลจู เจ้าเลือกเองเถอะ” เย่อวี๋หรานจ้องนางไปด้วยขณะพูด
“เจ้าค่ะ ท่านแม่” คราวนี้หลินซื่อไม่กล้าแสดงความเห็นแม้แต่น้อย
ต่อให้นางบุ่มบ่ามกว่านี้ แต่นั่นก็เป็นในกรณีที่มีเหตุผล เมื่อไม่มีเหตุผลแล้วนางจะกล้าหรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องไล่กลับบ้านเดิมพรรค์นี้ ถ้าต้องกลับไปจริง ๆ พี่สาวน้องสาวของนางจะไปพบหน้าผู้คนได้อย่างไร?
“หมายความว่าอย่างไร? ข้าถามเจ้าแน่ะ เลือกข้อแรกหรือข้อสอง” เย่อวี๋หรานถาม
ส่วนหลี่ซื่อก็ย่ามอกย่ามใจ “ใช่แล้ว ท่านแม่ให้เจ้าเลือก เจ้าพูดแค่ เจ้าค่ะ แบบนี้ผู้ใดจะไปรู้ว่าเจ้าเลือกข้อไหน? คนไม่รู้คงคิดว่าเจ้าไม่อยากเป็นลูกสะใภ้สกุลจูแล้ว”
หลินซื่อตวัดสายตามองหลี่ซื่ออย่างโกรธแค้น แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าแม่สามี นางก็ไม่กล้าทำอะไร ได้แต่กล่าวอย่างอัดอั้นว่า “ท่านแม่ ข้าเลือกข้อสองเจ้าค่ะ”
“นี่ก็เรียบร้อยแล้วไ