ม่ใช่หรือ? แสดงว่าเจ้ายังอยากเป็นสะใภ้สกุลจูอยู่” เย่อวี๋หรานใช้สายตาปรามหลี่ซื่อที่ยังคิดจะหาเรื่อง และหันไปกล่าวกับหลินซื่อว่า “ในเมื่ออยากเป็นสะใภ้สกุลจูก็ตั้งใจทำให้ดี ไปเถอะ ควรทำอะไรก็ไปทำ”
“เจ้าค่ะ ท่านแม่” หลินซื่อรับคำ
ส่วนหลิ่วซื่อกับหลิวซื่อก็ขานรับอย่างเชื่อฟัง “เจ้าค่ะ ท่านแม่”
แม้ว่างานของพวกนางจะถูกหลินซื่อเหมาไปหมดแล้ว แต่ว่าอยู่ต่อหน้าแม่สามีช่างกดดันเกินไป พวกนางยินดีกลับไปอยู่ในห้องของตัวเองมากกว่า
หลี่ซื่อเห็นว่าไม่มีคนแล้วก็ยื่นหน้าเข้ามาทันที “ท่านแม่ เรื่องคาบพิเศษยังจะทำอยู่หรือไม่เจ้าคะ?”
สำหรับคนที่มองสีหน้าคนไม่เป็น สนใจแต่จะทำหน้าหนา เย่อวี๋หรานเองก็ยอมใจแล้ว “ทำไมจะไม่ทำ? เจ้าเต็มใจเรียน ข้าไม่สอนได้หรือ? กลับไปจัดการตัวเองสักหน่อย ประเดี๋ยวเจ้าออกไปข้างนอกกับข้า”
“ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ ท่านดียิ่งนัก! ข้ากลับห้องไม่นานก็เสร็จแล้ว”
“ข้าจะขึ้นเขา เจ้าเลือกชุดที่คล่องตัวหน่อยล่ะ”
“ทราบแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่” หลี่ซื่อกลับห้องของตัวเองไปอย่างดีอกดีใจ
เย่อวี๋หรานเห็นแล้วก็ส่ายศีรษะ
หลี่ซื่อผู้นี้หนอ ดูแล้วฉลาดทีเดียว!
แต่ก็ต้องยอมรับว่าบางครั้งคนที่ดูฉลาดแบบนี้ก็รับมือง่ายกว่า อย่างไรเสียคงไม่มีใครชอบพวกที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมลับหลังเหล่านั้น เจ้าคิดอย่างไรก็พูดออกมาต่อหน้า เจ้าและข้าต่างได้ประโยชน์ แบบนี้ก็ตัดปัญหาไปได้มากไม่ใช่หรือ?
ระหว่างที่หลินซื่อทำงาน นางเห็นแม