วี๋หรานรับหน้าที่กำกับลูกสะใภ้ทำงานในเรือน
“ก่อนนี้หลิ่วซื่อไปตัดหญ้าเลี้ยงหมูมาแล้ว คราวนี้หั่นหญ้ากับเอาหญ้าให้หมูกินก็ให้หลิวซื่อไปทำต่อแล้วกัน หลี่ซื่อล้างจาน เก็บโต๊ะกินข้าว ส่วนหลินซื่อเอาเสื้อผ้าในเรือนไปซัก”
หลินซื่อพลันร้องเสียงแหลม “อาศัยอะไร? เสื้อผ้าสกปรกในเรือนมีเยอะขนาดนั้น ทำไมพี่สะใภ้สี่แค่ล้างจาน ส่วนข้ากลับต้องซักผ้า?”
เย่อวี๋หรานคิดไม่ถึงว่าสะใภ้ที่เพิ่งแต่งเข้ามาผู้นี้จะโวยวายขึ้นมาได้ อย่างไรเสียในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม หลินซื่อค่อนข้างว่านอนสอนง่าย ถ้าไม่เป็นเช่นนี้ เจ้าของร่างเดิมก็คงจะไม่ยอมให้หลินซื่อแต่งเข้ามา
แต่ว่าก่อนหน้านี้มีตัวอย่างของคนที่ไม่สอดคล้องกับความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมหลายคนแล้ว นางจึงไม่ประหลาดใจที่มีกรณีอย่างหลินซื่อเพิ่มขึ้นมา
คิดเล็กน้อยก็ได้คำตอบ ตีสีหน้าเย็นชาพูดว่า “อาศัยอะไรหรือ? อาศัยว่าข้าเป็นแม่สามีของเจ้าอย่างไรเล่า?”
หลินซื่อหน้าซีด แต่ก็อยากโต้กลับ “ต่อให้ท่านเป็นแม่สามีของข้า แต่ก็ต้องมีเหตุมีผล”
ทั้งหลิ่วซื่อ หลิวซื่อ และหลี่ซื่อล้วนเบิกตากว้าง มองไปทางนางอย่างตื่นตระหนก ในสมองผุดความคิดเดียวกันขึ้นมาว่า ร้ายกาจ แม่สามีเป็นใครกัน ยังจะไปถามหาเหตุผลกับแม่สามี นางไม่ต้องการมีชีวิตอยู่แล้วหรือ?
ขณะที่พวกนางคิดว่าน้องสะใภ้ผู้นี้จะต้องไม่มีจุดจบที่ดีอย่างแน่นอนอยู่นั้น คิดไม่ถึงว่าแม่สามีกลับไม่โมโห เพียงเค้นหัวเราะเสียงเย็