างหน้า ข้าได้ยินเต็มสองหู” หลินซื่อกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ “ท่านแม่พูดเองว่า ‘ข้าได้แต่ต้องเพิ่มคาบพิเศษให้เจ้าแล้ว’ ตอนนั้นในครัวมีแค่ท่านกับท่านแม่ ถ้าท่านแม่ไม่ได้กำลังทำมื้อพิเศษให้ท่าน แล้วจะทำให้ใครได้อีก?”
“ประเสริฐ! เจ้าถึงกับกล้าแอบฟังท่านแม่พูดกับข้า? น้องสะใภ้ห้า ข้าดูไม่ออกเลยว่าเจ้าเป็นคนแบบนี้ กล้าหาญชาญชัยเสียจริง!” หลี่ซื่อหันหน้ามาฟ้องเย่อวี๋หราน “ท่านแม่ ท่านได้ยินแล้วใช่ไหม น้องสะใภ้ห้ายอมรับเองว่านางแอบฟังพวกเราพูดกัน ท่านแม่ ท่านต้องสั่งสอนนางให้หนักเลยนะเจ้าคะ นิสัยชั่วร้ายต่ำช้าสามานย์ไม่ถูกทำนองคลองธรรมแบบนี้ไม่อาจปล่อยไว้ได้ ไม่อย่างนั้นสกุลจูของพวกเราจะเปลี่ยนไปเป็นแบบไหน?”
“พวกท่านกินมื้อพิเศษกันนี่เรียกว่าชอบด้วยเหตุผล?” หลินซื่อโมโหจัด “ข้าแอบฟังแล้วอย่างไร? นั่นเป็นเพราะว่าพวกท่านมีพิรุธข้าถึงได้แอบฟังหรอก ถ้าพวกท่านไม่ได้ทำอะไรไม่ดี ข้าจะแอบฟังทำไม?”
“ทำมื้อพิเศษอะไรกัน? แอบฟังก็แอบฟังแค่ครึ่งเดียว ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด ยังไม่เข้าใจว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไรก็โวยวายจนคนทั้งโลกรับรู้ เจ้านี่โง่เง่าเอาการ” หลี่ซื่อถึงกับโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายแอบฟัง ทั้งยังมาโพนทะนาจนทุกคนรู้กันหมด เรื่องนี้คงสำเร็จไปแล้ว
ถูกหลินซื่อก่อกวนเช่นนี้ อยากจะได้เปรียบผู้อื่นสักหน่อยก็เป็นไปไม่ได้แล้ว
แต่หลี่ซื่อก็ไม่ได้โง่ อย่างไรเสียก็โวยวายมาแล้ว ยังจ