ง ๆ ตอนที่ข้าแต่งออกมา แม่ข้ายังบอกว่าข้าวาสนาดี แต่งเข้าบ้านที่แม่สามีมีความรู้มากที่สุดในหมู่บ้าน ฮิ ๆๆๆ…”
เย่อวี๋หรานกล้าพูดเลยว่ามารดาของหลี่ซื่อไม่เคยกล่าววาจาเช่นนี้แน่นอน
ด้วยนิสัยดุร้ายป่าเถื่อนของเจ้าของร่างเดิม พวกนางคงพูดว่า แม่สามีที่ร้ายกาจขนาดนี้ บ้านไหนจะกล้าให้ลูกสาวแต่งเข้ามา? แต่งเข้าไปแล้วก็คงต้องถูกเคี่ยวกรำไปทั้งชีวิต
ความสามารถในการพูดโกหกตาไม่กะพริบของหลี่ซื่อไม่ใช่ว่าสูงส่งธรรมดาเลยจริง ๆ
เย่อวี๋หรานมองนางแวบหนึ่ง “อะไรกัน มาประจบข้าแบบนี้อยากจะเรียนหนังสือกับข้าอย่างนั้นหรือ? ได้สิ แค่ต่อไปเจ้าตั้งใจทำงาน ไม่แอบอู้ ข้าก็จะสอนให้”
หลี่ซื่อลมหายใจสะดุด “อันนั้น…ช่างมันเถอะเจ้าค่ะ ตั้งแต่เล็กแม่ข้าก็ด่าว่าข้าหัวช้า ไม่มีสมอง แล้วจะจำตัวอักษรพวกนั้นได้อย่างไร? ข้าคงเรียนแล้วไม่จำแน่เจ้าค่ะ”
“เจ้าแน่ใจ?” เย่อวี๋หรานนิ่งมาก ยังคงพูดอีกว่า “ข้ายังคิดว่าจะเก็บไข่ไก่ไว้เยอะหน่อย สอนหนังสือให้ทุกคน ถึงเวลามาใครเรียนได้ดีที่สุดก็ให้รางวัลคนนั้นเป็นไข่หนึ่งฟอง ดูท่าเจ้าคงหมดหวังแล้ว”
แผนการแรกของเย่อวี๋หราน ก็คือกวาดล้างความไม่รู้หนังสือให้หมดไปจากครอบครัวสกุลจู
เมื่อคนเรารู้หนังสือ โลกทัศน์ก็จะเปิดกว้าง เข้าใจหลักเหตุผลมากขึ้น
นางไม่ได้คาดหวังว่าบรรดาลูกชายและลูกสะใภ้ของเจ้าของร่างเดิมจะต้องรู้ตัวอักษรจำนวนมาก หรือเข้าใจหลักการยิ่งใหญ่อะไรได้ ทว่าหลัก ๆ คือการเพิ่มโอก