าสก้าวหน้าให้กับพวกเขา และสร้างบรรยากาศของการเรียนรู้ขึ้นภายในครอบครัวสกุลจู
เย่อวี๋หรานมองไปไกลกว่านั้น สิ่งที่นางเล็งไว้ก็คือคนรุ่นที่สามของสกุลจู หรือก็คือต้าเป่าและเอ้อร์เป่า
ในขณะที่ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าหลบอยู่ในมุมหนึ่งตัวสั่นเทิ้ม ท่านย่า ท่านทำเป็นไม่เห็นพวกข้าได้หรือไม่?
เย่อวี๋หรานถลึงตาใส่ ฝันไปเถอะ!
“ท่านแม่ ท่านพูดจริงหรือ?” หลี่ซื่อฟังแล้วก็รีบถามขึ้น
นางไม่สนใจเรื่องเรียนหนังสือ มันกินไม่ได้สักหน่อย แต่ไข่ไก่นั้นไม่เหมือนกัน ถ้านางสามารถกินไข่ไก่ได้วันละฟองเหมือนจูปาเม่ยคงจะมีความสุขยิ่งนัก
“จริงแท้แน่นอน แต่เจ้าหัวช้าแบบนี้ เรียนแล้วก็ยังจำไม่ได้ ไข่ไก่ก็คงจะไปไม่ถึงมือเจ้า จะจริงหรือไม่จริงแล้วเกี่ยวอันใดกับเจ้า?” เย่อวี๋หรานจงใจพูดแหย่
หลี่ซื่อร้อนใจเสียแล้ว จึงรีบพูดว่า “จะไม่เกี่ยวได้อย่างไรเจ้าคะ? ข้า…”
“แต่เจ้าหัวช้าไม่ใช่หรือ?”
“เอ้อ” หลี่ซื่อสมองหมุนเร็วรี่ รีบพูดว่า “แต่ว่าท่านแม่หลักแหลมมากนี่นา ท่านแม่ฉลาดปราดเปรื่องน่าเกรงขาม สติปัญญากว้างไกลไร้ขอบเขต จะต้องมีวิธีสอนลูกสะใภ้หัวช้าอย่างข้าให้รู้เรื่องได้แน่ ใช่หรือไม่เจ้าคะ? ท่านแม่ เอาอย่างนี้ดีไหมเจ้าคะ ตอนนี้ท่านกำลังสะสมไข่ไก่อยู่ไม่ใช่หรือ? ไม่สู้ท่านสอนข้าก่อนสักหน่อย แบบนี้พอถึงตอนที่ท่านสอนทุกคน ข้าจะได้แสดงออกได้โดดเด่นขึ้นมาอีกนิด มีโอกาสกินไข่ไก่เพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย?”
นางยังลูบหน้าท้องเบา ๆ เน้นว