าแล้ว”
“อะไร? จะเป็นเวรข้าได้อย่างไร? ข้าท้องอยู่นะ?”
“ท่านแม่เรียกเจ้าแน่ะ” จูซื่อหาได้สนใจมากขนาดนั้น เมื่อวานเขานอนดึกมาก ตอนนี้กำลังง่วงอย่างหนัก เมื่อปลุกคนตื่นแล้วก็ไม่สนใจอะไรอีก
หลี่ซื่อหาววอด ถลึงตาใส่จูซื่ออย่างไม่พอใจ
“เมียเจ้าสี่ ได้ยินหรือไม่?”
“มาแล้ว ๆ” หลี่ซือสวมเสื้อผ้าอีกชั้น ก่อนกุลีกุจอไปเปิดประตู “ท่านแม่ เมื่อวานหลานสาวสุดที่รักของท่านดิ้นไม่หยุด ข้าไม่ได้นอนทั้งคืน ข้าขอนอนก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ? พี่สะใภ้รองก็ว่างอยู่ไม่ใช่หรือ? ให้พี่สะใภ้รองมาทำแทนข้าก็ได้นี่”
“พี่สะใภ้รองของเจ้าอีกหน่อยต้องไปกวาดคอกหมู เจ้าจะไปกวาดแทนรึ?”
หลี่ซื่อสำลัก “อย่างนั้นข้าทำอาหารดีกว่า”
เทียบกับคอกหมูเหม็น ๆ แล้ว ทำอาหารสบายกว่าเยอะ
“เมื่อวานพี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้าเก็บผักป่ากลับมาเยอะมาก เจ้าไปดึงหัวไชเท้าจากในสวนมาหลาย ๆ หัว เอามาต้มน้ำแกง อุ่นแป้งกรอบที่เหลือจากเมื่อวานสักหน่อยก็ใช้ได้แล้ว”
เพียงได้ยินคำว่าแป้งกรอบ แววตาหลี่ซื่อก็วาววับ “ท่านแม่ จริงหรือเจ้าคะ เช้านี้พวกเรากินแป้งกรอบกันอีกหรือ?”
“ต้มน้ำแกงเยอะหน่อย แป้งกรอบไม่ได้มีเยอะเท่าตอนเย็นของเมื่อวานนี้”
“ท่านแม่ ท่านวางใจเถอะ ถึงน้ำแกงที่ข้าทำจะอร่อยสู้ของท่านไม่ได้ แต่ก็ยังอร่อยอยู่ดีนั่นแหละ”
ไม่แปลกเลยที่เจ้าของร่างเดิมชมชอบหลี่ซื่อ เพราะแม้แต่เวลาที่นางชมตัวเอง ก็ยังไม่ลืมที่จะชมแม่สามีสักรอบ
หลังจากที่สัมผัสมาหลายครั้ง