น หนึ่งเดือนก็ยังน้อยเกินไปอยู่ดี
มิน่าล่ะ ก่อนนี้เจ้าของร่างเดิมจึงได้โหดขนาดนั้น เอะอะก็จะต้มโจ๊กเปล่าให้ทุกคนกิน เพราะความจริงแล้วไม่มีวิธีอื่น ไม่ต้มโจ๊กก็ไม่มีกินแล้ว
“แล้วจะทำอย่างไร? วัน ๆ กินแต่โจ๊ก?” เย่อวี๋หรานชักสีหน้า แล้วพูดแผนรับมือที่คิดมาล่วงหน้าออกมา “ข้าล้มครั้งนี้ก็นับว่าล้มจนเข้าใจอะไรได้กระจ่างขึ้นมาก ถ้าข้าตายไปบนเตียงจริง ๆ เจ้ากับลูก ๆ ก็คงจะหลั่งน้ำตาไม่กี่หยดแล้วก็แล้วกันไปสินะ มีชีวิตมาจนถึงปูนนี้ เป็นไม้ใกล้ฝั่งแล้วยังไม่อาจได้กินดี ๆ สักมื้อ หรือรอจนถึงตอนเข้าเฝ้ายมบาล ท่านถามว่าตอนมีชีวิตอยู่ได้รับความอยุติธรรมอะไรมา จะให้ข้าตอบว่าข้าไม่ได้กินอิ่มท้องอย่างนั้นหรือ?”
ดียิ่งนัก นางก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ‘ขีดจำกัด’ ของตาเฒ่าคนนี้อยู่ตรงไหน จะได้เอื้อต่อแผนการในอนาคตของนาง
“เจ้าพูดอะไร? ตายไม่ตายอะไรกัน? ก็แค่ล้มไปรอบเดียวไม่ใช่หรือ? ก็ไม่เห็นเจ้าเป็นอะไรนี่ แก่ปูนนี้แล้วยังจะใช้อารมณ์อีก?”
“ข้าใช้อารมณ์ตรงไหน?” เย่อวี๋หรานตบโต๊ะ เลียนแบบท่าทางในความทรงจำลงไปนั่งโวยวายบนพื้น “ตั้งแต่ข้าแต่งกับเจ้ามาก็คลอดลูกชายอบรมลูกสาว มอบลูกชายให้สกุลจูของเจ้าติดต่อกันหลายคน นี่ยังไม่ใช่ความดีความชอบ? เจ้าคิดว่าครอบครัวใหญ่ของเจ้าดูแลง่ายนักหรือ ลำพังที่นาไม่กี่หมู่ของเจ้าจะพอเลี้ยงสักกี่คน? ถ้าไม่ใช่เพราะตอนข้ายังสาวกินคำหนึ่งอดคำหนึ่ง เหลือข้าวปลาให้เจ้ากับลูก ๆ กิน