รอบครัวมีจำนวนมากขนาดนี้ ที่นากลับมีอยู่ไม่กี่หมู่ ทำอย่างไรก็ไม่มีทางพอกิน
ไม่พอกินแล้วนางยังจะฟุ่มเฟือย ถึงเวลานั้นไม่ใช่ว่ากระทั่งโจ๊กก็ยังไม่มีให้กิน ต้องท้องหิวไปทำนาหรอกนะ?
เขาไม่ได้พูดขึ้นในห้องโถงก็ไม่ได้หมายความว่าไร้ความเห็น แต่ทั้งลูกชายลูกสะใภ้อยู่พร้อมหน้า เขาอยากจะเหลือหน้าตาไว้ให้นางบ้าง
ถึงอย่างไรนางก็แต่งกับเขามาหลายปี ให้กำเนิดลูกชายลูกสาวด้วยกัน ถึงจะไม่มีคุณงามความดีก็มีความพากเพียรทำงานหนัก ไม่อาจทำให้นางขายหน้าต่อหน้าลูกชายลูกสะใภ้เอาคราวแก่
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย กล่าวอย่างตำหนิติเตียนอยู่บ้างว่า “วันนี้ทำไมเจ้าใช้เสบียงสิ้นเปลืองขนาดนั้น?”
เรือนชาวนาไม่มีน้ำชา กาน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะมีไว้สำหรับใส่น้ำเปล่า จะได้ไม่ต้องออกไปหาน้ำกินตอนกลางดึกกลางดื่น
เย่อวี๋หรานแสร้งทำเป็นกระหายน้ำ รินน้ำเปล่าให้ตัวเองและพูดว่า “ทำไมหรือ?”
“เจ้ายังจะถามอีกว่าทำไม? หรือเจ้าล้มจนสมองเลอะเลือนไปแล้ว? สภาพครอบครัวเราเป็นอย่างไรเจ้ายังไม่รู้หรือ? ข้าวสารก็มีอยู่สองกระสอบแค่นั้น ต้องกินอีกเป็นเดือนกว่าจะถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว หากไม่กินอย่างประหยัด จะให้ทุกคนหิวโซไปทำงานในนาหรือ?”
เย่อวี๋หรานนึกถึงกระสอบสองกระสอบที่อยู่ในตู้ขึ้นมาทันที กระสอบใหญ่บรรจุข้าวสารผสมรำ ส่วนกระสอบเล็กก็คือแป้ง
ครอบครัวสามคนกินหนึ่งเดือนยังยาก ไม่ต้องพูดถึงครอบครัวสกุลจูที่มีสมาชิกสิบกว่าคน ต่อให้เติมผักลงไปมากแค่ไห