ี่ชายสมองทึ่มให้เจ้า เจ้าคิดว่าข้ายังจะชอบลูกแบบนี้อย่างนั้นหรือ?” เย่อวี๋หรานมีสีหน้าเย็นเยียบ “ชอบจนไม่สนใจกระทั่งชีวิตของตนเอง ปล่อยให้นางเหยียบขึ้นมาบนหน้าข้า? ลูกสาวแบบนี้ไม่มีเสียยังดีกว่า”
ก่อนที่จูปาเม่ยจะกลับมา เย่อวี๋หรานก็ใคร่ครวญแล้วว่าควรรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของตัวเองอย่างไร
ตอนที่นางนอนอยู่บนเตียงไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย ในครอบครัวไม่มีใครเป็นห่วงเป็นใยนางสักคน หากนางไม่ฉวยโอกาสนี้สร้างเรื่องแล้วจะรออะไร?
ปกติเพียงแค่นางทำท่าไม่พอใจนิดหน่อย ท่านแม่ก็จะเข้ามาโอ๋นางทันที แล้วจูปาเม่ยจะเคยได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจเช่นนี้มาก่อนตั้งแต่เมื่อใด ครู่เดียวก็ทานทนไม่ไหว “ท่านไม่ใช่แม่ของข้า!”
พูดจบก็วิ่งกลับห้องนอนทั้งน้ำตา
เท่านี้ก็น้อยอกน้อยใจ แล้วจะไปเป็นสาวใช้บ้านสกุลใหญ่ได้อย่างไร? เย่อวี๋หรานลอบบ่นในใจ ถึงเวลามาไม่ใช่ว่า ‘ขาเข้าเดินเข้าไปเอง ขาออกถูกคนหามออกมา รนเข้าไปหาที่ตายเอง’ หรอกนะ
เจ้าของร่างเดิมเคยเป็นสาวใช้มาก่อนไม่ใช่หรือ? ทำไมเรื่องแค่นี้ก็คิดไม่ได้ เลี้ยงลูกสาวจนกลายเป็นแบบนี้ แน่ใจนะว่าก่อนหน้านี้ที่นาง ‘สูญเสียความโปรดปรานจนถูกขับไสออกมา’ จะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ?
เย่อวี๋หรานหันกลับไป เห็นหลี่ซื่อยังยืนอยู่ตรงนั้นก็ตีหน้าเย็น “เมียเจ้าสี่ ยืนตรงนั้นอยู่ทำไม? อุ้มท้องโตทำงานเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้ ยังช่วยหยิบจับถ้วยชามไม่ไหวด้วยรึ?”
“ได้เจ้าค่ะ ท่านแม่” หลี่ซื่อรีบร