อ “ท่านแม่ ท่านทำของอร่อยอะไรอยู่หรือเจ้าคะ?”
“เจ้าไปดูสักหน่อยว่าพ่อกับพี่ ๆ ของเจ้ากลับมากันหรือยัง แล้วก็แวะเรียกเจ้าหลานสองคนนั้นกลับมาด้วย พวกเรากินข้าวเย็นกัน” เย่อวี๋หรานไม่ได้เงยหน้า ก้มหน้าก้มตานวดแป้งต่อไป
โชคดีที่เจ้าของร่างเดิมเป็นชาวนาทำงานหนัก ไม่อย่างนั้นถ้าเป็นร่างเดิมในชีวิตที่แล้ว นวดแป้งมากขนาดนี้ มือของนางคงพังไปนานแล้ว
“ท่านแม่ ข้าขอชิมสักชิ้นก่อนได้ไหมเจ้าคะ?” หลี่ซื่อทำหน้าหนาเอ่ยถาม
“คนทำผิดไม่มีสิทธิ์ชิม ไปทำงานเลยไป” เฮอะ! ช่างไม่ละอายใจจริง ๆ คิดว่านางหลอกง่ายเหมือนเจ้าของร่างเดิมหรือไง?
สีหน้าของหลี่ซื่อเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ เดินออกมาจากห้องครัวมาราวกับว่าถูกใครทำร้ายจิตใจมาก็ไม่ปาน
นางเดินไปพลางหันกลับไปมอง สูดกลิ่นหอมตรงปลายจมูกดังฟืดฟาด
“ท่านแม่ขี้เหนียวเกินไปแล้ว แป้งกรอบสักชิ้นก็ไม่ให้ข้ากิน!” นางบ่นอุบ
หลิ่วซื่อที่เพิ่งจะหั่นหญ้าเลี้ยงหมูเสร็จ ก็มาระลึกได้ทีหลังว่านางเหมือนจะได้กินไปชิ้นหนึ่งแล้วนี่นา!
ไม่รู้ว่าเย่อวี๋หรานกะเวลาได้พอดี หรือเพราะพักนี้ใกล้ถึงช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตฤดูสารทแล้ว ในนาจึงเหลืองานอีกไม่มาก หลี่ซื่อที่ออกมาจากลานเรือนได้ไม่เท่าไหร่ก็มองเห็นพวกจูเหล่าโถว
พวกเขาแบกสิ่งของไว้บนไหล่ ในมือยังหิ้วปลาตัวหนึ่งกลับมาด้วย
“ท่านพ่อ พี่ใหญ่ พี่รอง ทางนี้…” หลี่ซื่อออกแรงโบกมือให้พวกเขา
“นางตื่นเต้นขนาดนั้นทำไม?” จูซานแกว่งปลาในมือไปม