องก็กลืนน้ำลายอยู่เช่นกัน “ใช่แน่ ๆ แต่ไม่รู้ว่ามีส่วนของพวกเราบ้างไหม กลัวก็แต่ท่านแม่จะให้น้องเล็กกินคนเดียว ไม่ให้พวกเรากินด้วย”
“เจ้าน่ะ ข้าไม่รู้หรอก แต่ของข้าน่ะมีแน่ ๆ เชียว ท่านแม่บอกแล้วว่าตอนเย็นจะให้ข้ากินแป้งกรอบ”
จูซื่อพลันนึกอิจฉาแกมหมั่นไส้ “ทำไมคนท้องถึงไม่ใช่ข้านะ?”
หากเป็นแบบนั้น คนที่ได้กินแป้งกรอบใส่ไข่ก็คงเป็นเขาแล้ว
หลี่ซื่อหมดคำจะบรรยาย “ผู้ชายตัวโตอย่างเจ้าถ้าท้องขึ้นมาคงถูกคนหาว่าเป็นปีศาจกันพอดี ไม่พูดกับเจ้าแล้ว ข้าจะไปห้องครัวดูว่าท่านแม่ทำของอร่อยอะไรบ้าง”
จูซื่อรีบดึงมือนางไว้ “เจ้าอย่าไปเลย ถ้าเจ้าไปแล้วข้าจะทำอย่างไร?”
“ข้าจะไปรู้หรือ? ตอนนี้เจ้าควรจะทำงานอยู่ในนา ผู้ใดให้เจ้าหลบมาทำตัวสันหลังยาวอยู่ในเรือน? เจ้าระวังตัวให้ดีเถอะ ถ้าท่านแม่รู้เข้า อย่าว่าแต่จะไม่ได้กินไข่ แม้แต่โจ๊กเจ้าก็คงไม่ได้กินแล้ว”
จูซื่อนอนแผ่อยู่บนเตียงอย่างเจ็บปวด ท้องร้องโครกคราก ปวดใจสุดแสน “เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?”
หลี่ซื่อเดินออกมาจากในเรือน มองข้ามหลิ่วซื่อที่กำลังหั่นหญ้าเลี้ยงหมู แล้วมุ่งหน้าตรงไปยังห้องครัว
ครั้นหลิ่วซื่อเห็นว่าเป็นใครที่เข้ามา เปลือกตานางก็ไม่ขยับสักนิด ไม่แยแสสนใจโดยสิ้นเชิง สิ่งเดียวที่น่าจะทำให้นางหวั่นไหวได้ในตอนนี้คงเป็นแป้งกรอบที่เพิ่งจะได้กินเมื่อครู่นี้ อร่อยจริง ๆ!
อยู่ในลานก็ได้กลิ่นหอมแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนอยู่ในห้องครัว หลี่ซื่อน้ำลายส