อก็เครียดแล้ว
วันนี้เป็นเวรทำอาหารของนาง วันหนึ่งใช้ข้าวได้เท่าไหร่ ใช้ผักมากน้อยแค่ไหน ทั้งหมดล้วนกำหนดไว้แน่นอนแล้ว
หากมากหรือน้อยเกินเป็นต้องถูกดุถูกว่า
หากใช้มากไป แม่สามีก็จะหาว่า ‘สิ้นเปลือง’ แต่หากใช้น้อยไป แม่สามีก็จะบ่นว่าไม่อิ่มท้อง ทว่าความจริงแล้วด้วยเหตุที่สมาชิกในครอบครัวมีจำนวนมากขึ้น ไม่มีใครได้กินอิ่มท้องมานานแล้ว
เย่อวี๋หรานเห็นข้าวที่นางตักใส่ไว้ในชาม พูดว่าเป็นข้าวสาร แต่แท้จริงแล้วส่วนใหญ่เป็นรำข้าว และมีข้าวสารอยู่ไม่มาก
เติมผักที่ปลูกไว้กินกันเองในบ้าน ต้มจนเป็นโจ๊กเบาบางหม้อหนึ่ง มีแค่สามคนซึ่งก็คือเจ้าของร่างเดิม จูเหล่าโถว และจูปาเม่ย ที่สามารถควานหาในหม้อตักขึ้นมาก่อนได้ ส่วนคนอื่น ๆ ได้แต่ตักแบ่งโจ๊กก้นหม้อแบ่งไปคนละเท่า ๆ กัน
ในขณะที่หลานชายสองคน พวกเขาไม่สามารถถูกส่งไปเป็นสาวใช้ในบ้านสกุลใหญ่เพื่อไต่เต้าเป็นอนุภรรยาของนายน้อยในบ้านคนรวยได้ จึงถือเป็นพวกไร้ประโยชน์ ส่วนแบ่งก็ยิ่งน้อยลงเข้าไปอีก
เย่อวี๋หรานลอบถอนใจ!
ทุกวันกินกันแบบนี้ มิน่าเล่าคนทั้งบ้านในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมถึงได้หน้าเหลืองตัวลีบกันหมด นอกจากจูปาเม่ยแล้วก็ไม่มีใครที่สีหน้าดูได้สักคน
ทุก ๆ วันได้กินแต่โจ๊กเปล่า จะทนทานรับไหวได้อย่างไร?
หากไม่ใช่เพราะในความทรงจำของเย่อวี๋หรานที่บ่งบอกว่าหลี่ซื่อตั้งครรภ์ได้หกเดือนแล้ว ไม่อย่างนั้นด้วยท้องที่นางมองเห็นอยู่ตอนนี้ คงคิดว่าโกหกอย่างแน่