หรานก็เตรียมทุกอย่างใกล้จะเสร็จแล้ว
“เมียเจ้าใหญ่กลับมาแล้ว? เจ้าเอาหญ้าเลี้ยงหมูไปหั่นแล้วเอาไปให้พวกหมูกิน ส่วนเมียเจ้ารองล้างหัวไชเท้าแล้วเอามาหั่นฝอย”
เย่อวี๋หรานเห็นหลิ่วซื่อตัวก็เล็กเท่านี้ แต่กลับต้องแบกตะกร้าใบเขื่องก็อดรู้สึกสงสารไม่ได้ สตรีในยุคนี้ล้วนเป็นเช่นนี้หรือเจ้าของร่างเดิมโหดเหี้ยมเกินไป ถึงได้ทำให้หลิ่วซื่อมีสารรูปเช่นนี้กันแน่?
แต่นางก็ไม่ได้แสดงท่าทีผิดปกติเพื่อเลี่ยงไม่ให้เผยพิรุธออกไป ทำเพียงเลียนแบบเจ้าของร่างด้วยการออกคำสั่งต่อไปเท่านั้น
“เจ้าค่ะ ท่านแม่”
หลิ่วซื่อวางตะกร้าลง พลิกอ่างไม้ที่พิงไว้ตรงมุมกำแพงให้คว่ำลง แล้วเริ่มหั่นหญ้าเลี้ยงหมู
“ท่านแม่ พี่สะใภ้ได้ของพวกนี้มาจากบนเขาเจ้าค่ะ” ในขณะที่หลิวซื่อส่งถุงกระสอบมาให้เย่อวี๋หราน
เย่อวี๋หรานรับมาเปิดดู พบว่าด้านในนอกจากผักป่าแล้วยังมีผลไม้ป่าด้วย
ในบ้านชาวนาเช่นนี้ ผลไม้ป่าไม่นับเป็นของหายาก แต่สิ่งที่นางแปลกใจก็คือในนั้นยังมีผลไม้สีชมพูชนิดหนึ่ง เมื่อลองชิมดูก็พบว่ามีรสชาติเปรี้ยวอมหวานดังคาด
ก่อนหน้านี้ยังเคยคิดว่าแป้งกรอบที่จะทำนี้มีแค่หัวไชเท้าซอยอาจไม่อร่อยเท่าที่ควร และตอนนี้ก็มีวิธีแก้แล้ว
นอกจากนี้ นางเกรงว่าความชอบของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน จึงไม่คิดจะใส่ผลไม้ลงไปในแป้งหรือหัวไชเท้าฝอยโดยตรง แต่ล้างให้สะอาดแล้วต้มในหม้อใบเล็กเพื่อทำเป็น ‘น้ำเชื่อมผลไม้’ แทน
ที่จริงแล้วน้ำเชื่อมผลไม้ไม่ได้ทำยากอ