มีหัวไชเท้าหรือไม่?”
“มีเจ้าค่ะ อยู่ในแปลง”
“เจ้าไปเก็บมาสักหน่อย เอาสิบหัว” เจ้าของร่างเดิมไม่ชอบพูดพร่ำ จึงออกคำสั่งไปตรง ๆ
“เจ้าค่ะ ท่านแม่”
……
ตัดโคนผักกาดขาววางไว้ด้านข้าง เอาใบเขียวมารวมกับผักป่าแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงในชามพักไว้เสียก่อน
น้ำมันเหลือแค่ก้นโถแล้ว แต่ก็ยังพอมีเกลืออยู่บ้าง
เย่อวี๋หรานผสมรำข้าว แป้ง และไข่ไก่เข้าด้วยกันในชามใบหนึ่ง จากนั้นเติมน้ำใส่โถน้ำมันแล้วเทใส่ในชามผสมกัน
นางพบว่าในบ้านไม่มีชามใบใหญ่ที่พอจะใช้ได้ จึงแบ่งผักซอยและแป้งที่ผสมรอไว้แล้วออกเป็นสองส่วน แล้วเอามาผสมกันก่อนครึ่งหนึ่ง
อีกด้านหนึ่ง ตอนที่หลิวซื่อเก็บหัวไชเท้ากลับมาจากข้างนอก ก็เจอสะใภ้ใหญ่หลิ่วซื่อที่ลงมาจากบนเขา
หลิ่วซื่อนอกจากจะแบกตะกร้าที่มีหญ้าเลี้ยงหมูสุมอยู่กองพะเนินแล้ว ด้านหน้ายังแขวนถุงกระสอบใบหนึ่ง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงจะใส่พวกผักป่าและผลไม้ป่าที่พอจะหาได้เอาไว้
“พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าช่วยท่านเอง” หลิวซื่อรีบรับถุงกระสอบมาจากมือของอีกฝ่าย
“เจ้าเก็บหัวไชเท้าเยอะขนาดนี้ไปทำไม?” หลิ่วซื่อเห็นของที่อยู่ในตะกร้าแล้วก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ
หากนางจำไม่ผิด อาหารเย็นที่แม่สามีสั่งไว้เหมือนจะไม่มีหัวไชเท้านี่นา
“ท่านแม่ให้ข้าไปเก็บมา” หลิวซื่อทราบว่าอีกฝ่ายกำลังสงสัยเรื่องอะไร จึงรีบตอบเสียงแผ่ว
แค่ฟังก็ทราบว่าเป็นคำสั่งของแม่สามี หลิ่วซื่อจึงไม่พูดอะไรอีก
ครั้นพวกนางสองคนกลับมาถึงเรือน เย่อวี๋