พรึ่บ!
แสงสว่างเจิดจ้าพลันพุ่งเข้ามาในห้อง มัวสลัวทว่าคมกริบยามกรีดผ่านความมืดมิด
“——!”
ผมสะดุ้งทันทีที่แสงนั้นมาเยือน หัวใจแทบจะกระดอนออกจากอก
แต่ราวกับว่ามันยังสยองไม่พอ ท่วงทำนองเริ่มบรรเลงออกมาจากโทรทัศน์
“ทราลลาลาลาล~”
“เจ้าดาวน้อย เจ้าจันทร์น้อย~”
“ส่องแสงจ้า รีบกลับหนา~”
เพลงกล่อมเด็กงั้นเหรอ?
มันเป็นเพลงที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน ในชั่วขณะนั้น ผมได้แต่แข็งค้างอยู่กับที่
แต่ก็ไม่นานนัก
แอ๊ดดดดดด!
เสียงเอี๊ยดอ๊าดลั่นตามมาติด ๆ ผมเริ่มขวัญหายขึ้นมาบัดดล
‘ยายคนนั้น!’
ผมกวาดสายตาไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นตระหนก ตั้งท่าจะมุ่งหน้าไปทางประตู แต่กลับตระหนักได้ว่าตัวเองติดแหง็กอยู่ในกองขยะอัดแน่น หากก้าวพลาดเพียงนิดเดียวคงส่งเสียงจนผมซวยได้แน่
‘ชิบ ทำยังไงดี…?’
ผมมองรอบกายเพื่อหาจุดที่พอจะซ่อนตัวได้
เอี๊ยด เอี๊ยดดด!
เสียงฝีเท้าขยับใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แต่ละย่างก้าวประทับสอดคล้องกับจังหวะหัวใจที่เต้นระรัวของผม ความตื่นตระหนกพุ่งสูงขณะที่ผมกวาดตาสอดส่องทั่วห้องอย่างบ้าคลั่ง เพื่อมองหาอะไรสักอย่าง อะไรก็ได้
‘มันต้องมีสักที่สิ อาจจะเป็น…’
ท้ายที่สุด สายตาก็ไปตกลงตรงโซฟาสกปรกตัวหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ ผมกัดฟันกลั้นอาเจียนและหมอบลงต่ำ คลานเข้าไปใต้มันแบบแทบจะไม่กล้าหายใจ
กลิ่นเหม็นสาบข้างใต้นั้นรุนแร