งยิ่งกว่า และถึงแม้จะพยายามหายใจทางปากอย่างสุดความสามารถแล้ว กลิ่นบางส่วนก็ยังคงเล็ดลอดเข้าจมูกอยู่ดี จนผมเกือบจะอาเจียนออกมา
ตรงนี้มีทั้งถุงเท้าและกล่องสารพัดอย่างวางเกลื่อนทั่วพื้นไม้
‘อยากอ้วกชะมัด…’
และนั่นไม่ใช่เพราะผมหวาดกลัวด้วยซ้ำ
ภาพรอบตัวมีแต่ความน่าสะอิดสะเอียน แต่ในเวลาเดียวกัน ช่วงที่แอบดันพวกข้าวของให้ออกห่าง ผมได้สังเกตเห็นอะไรบางอย่างบนพื้นไม้รอบ ๆ
รอยประหลาด
ผมจ้องมองมัน แต่ก็ไม่สามารถระบุสีของรอยนั้นได้ชัดเจนนัก แม้จะไม่พึ่งพาแว่นตา มันก็ยังมองยากอยู่ดีเพราะบรรยากาศมืดมาก ทว่ามันก็ดูจะเป็นสีแดง เป็นเส้นบาง ๆ คดเคี้ยวไปข้างหน้าตามแนวพื้น เหมือนกับเคยมีอะไรบางอย่างโดนลากผ่าน
มันดูเหมือนจะลากยาวไปไกลกว่านั้น แต่ขยะทั้งหมดทั้งมวลมันบดบังรอยนั่นไว้หมด
ผมอยากรู้ว่ามันคืออะไร แต่โชคร้ายที่ผมไม่มีเวลาเหลือเฟือเพื่อหาคำตอบ เพราะเสียงฝีเท้าขยับเข้าใกล้ยิ่งขึ้นจนบ่งบอกให้ผมรับรู้ว่าในที่สุด หญิงชราได้มาถึงชั้นหนึ่งแล้ว
“ล่องเมฆา ละมุนช้า~”
“ดอกนิทรา เติบโตมา~”
ท่วงทำนองกล่อมเด็กยังคงบรรเลงเป็นฉากหลัง
เสียงเพลงนุ่มนวล ทว่าภายในความเงียบสงัดนี้ มันกลับให้ความรู้สึกหายใจไม่ออก
เอี๊ยดดด—
เท้าเปล่าข้างหนึ่งปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาหลังจากนั้นไม่นาน ผมกลั้นลมหายใจทันควัน
‘