แอ๊—
“….!”
ผมเกือบหัวใจวายเมื่อเสียงเสียดสีลั่นเบา ๆ ทันทีที่บานประตูขยับ ผมรีบยื่นมือออกไปรั้งมันไว้ให้หยุดการขยับเขยื้อนอย่างลุกลี้ลุกลน
หลังจากนั้น ความเงียบงันหวนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
…หรืออย่างน้อย ผมก็คิดว่ามันกลับมา
ผมไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ เพราะทั้งหมดที่ผมได้ยินมีเพียงเสียงกระหน่ำเป็นจังหวะจากหัวใจของตัวเอง
เมื่อมองเข้าไปในบ้าน ผมก็พบว่าข้างในนั้นมืดมิดยิ่งกว่าโลกภายนอกเสียอีก โชคดีที่ผมเตรียมตัวมา มือเกาะกุมแว่นตาอย่างช้า ๆ ด้วยแว่นตานี้ ผมมั่นใจว่าจะมองเห็นในความมืดได้ ทว่าในขณะเดียวกัน ผมก็รู้สึกลังเล
สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งก่อนหน้านี้ที่ใช้แว่นตา ทำให้ผมไม่ค่อยแน่ใจว่าการใช้มันจะเป็นความคิดที่ดีหรือเปล่า
แต่…
‘ตอนนั้นสถานการณ์มันต่างกัน ครั้งก่อนฉันรับมือกับความผิดปกติ ส่วนครั้งนี้รับมือกับแค่ยายแก่คนหนึ่ง คงไม่ต้องกังวลอะไรมากหรอก’
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ สองสามครั้งจนในที่สุดก็สวมแว่นตา โลกรอบกายเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน และอุณหภูมิรอบข้างดิ่งต่ำยิ่งกว่าเก่า ส่งผลให้ริมฝีปากของผมเริ่มสั่นระริก
‘อ่ะ บ-บ้าเอ๊ย…’
แม้จะใส่ทั้งเสื้อแจ็คเก็ตตัวใหม่และเสื้อกันหนาว ผมก็ยังรู้สึกได้ถึงความเย็นกำลังแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย
‘ต้องรีบหน่อยแล้ว ฉันทนความเย็นแบบนี้ได้ไม่นานแน่’
เสียงเอี๊ย