ให้เขาพูด
ไปจนถึงเรื่องบทกลอนบนผนัง และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา
เซธเล่าทุกอย่างโดยไม่ปิดบัง เขาพยายามเล่าให้มันมีความสอดคล้องกันมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะรู้ว่ามีพยานคนอื่น ๆ อยู่ในเหตุการณ์ด้วย
ตั้งแต่การสังเกตไปจนถึงกระบวนการคิดตลอดทั้งสถานการณ์ เขาไม่ได้เล่าอะไรตกหล่นเลย
มีเนื้อหาเพียงช่วงเดียวที่เขาปรับเปลี่ยน นั่นคือช่วงที่เขาอยู่ตัวคนเดียว
“ตอนที่ความผิดปกติขึ้นบันไดไล่ตามไคล์กับคนอื่น มันยังอยู่ที่ชั้นสองครับ พอไคล์ยกเลิกโหนดจนผมตื่นอีกครั้ง ผมก็เดินไปที่ผนังแล้วเริ่มสลักบรรทัดใหม่ แต่น่าเสียดายที่ผมแต่งไม่จบเพราะมันดันมาถึงก่อนน่ะครับ”
“แล้ว…?”
“แค่นั้นก็พอแล้วครับ” เซธตอบกลับ ใบหน้าก้มลงราวกับตกอยู่ในห้วงความนึกคิด “…สุดท้าย ความผิดปกติมันก็โกรธจนใช้เสียงจริง ๆ ของมันเอง นั่นเป็นตอนที่ผมรู้ว่าเกมจบแล้ว ผมเลยหนีออกมาได้ครับ”
ความเงียบงันชั่วครู่หนึ่งตามมาหลังจากคำพูดของเซธ มือของหัวหน้าแผนกชะงักงัน ปลายปากกาลอยนิ่งอยู่เหนือกระดาษ
เขาประมวลผลคำพูดเหล่านั้นอย่างเงียบเชียบก่อนจะพยักหน้า
“มีอะไรอย่างอื่นที่อยากจะบอกผมอีกไหม?”
“…ไม่มีครับ”
“โอเค”
หัวหน้าแผนกวางปากกาลงบนโต๊ะและพยักหน้าให้
“คุณไปได้แล้วล่ะ ขอบคุณที่เล่าทุกอย่างให้ฟังนะ”
“รับทราบครับ”
เซธลุกขึ้นและ