ครืดด! ครืดดด—!
ถึงแม้ผมจะพยายามให้เกิดเสียงน้อยที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ แต่เสียงนิ้วขูดกับผนังก็ยังคงดังพอที่จะได้ยินอยู่ดี ทั่วทั้งร่างกายพลันแข็งทื่อเมื่อตระหนักได้ดังนั้น
“หยุดนะ! หนูไม่อยากเล่นแล้ว!”
เสียงของมิเรลล์สะท้อนก้องเป็นฉากหลัง น้ำเสียงนั้นฟังดูตื่นตระหนก
ผมรู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองต้องเร่งมือ
เพราะวินาทีที่เธอหายไป คือวินาทีเดียวกับที่ผมต้องหยุด
ครืดดด!
ผมลงแรงขูดหนักขึ้น ปลายนิ้วกรีดกรายไปตามผนัง หยาดเหงื่อไหลลงอาบผิวใบหน้า
ในขณะที่กำลังขูดผนัง ผมก็รู้สึกว่ามือของตัวเองสั่นทุกครั้งที่ขยับ
“หยุดนะ! หยุดนะ!”
เสียงกรีดร้องของมิเรลล์ดังขึ้นเรื่อย ๆ กระตุ้นให้ร่างกายเกร็งหนักกว่าเก่า แต่ผมต้องลุยต่อ
‘ขออีกนิดเดียว’
ผมเพ่งสมาธิกับบทกวีตรงหน้ามากยิ่งขึ้น
อีกประมาณสองวรรค
นั่นคือทั้งหมดที่ผมต้องเติมลงไป
มันไม่ได้ยาก แต่ผมต้องทำให้เงียบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ใกล้จะเสร็จแล้ว
อีกแค่นิดเดียว
อีกแค่—
“อ๊าาา!”
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องโหยหวนพาลให้เลือดในกายเย็นเยียบก็ดังสะท้านไปทั่วห้อง ผมหยุดโดยทันที ลมหายใจชะงักไปพร้อมกับการกระทำในขณะที่ศีรษะเริ่มเจ็บปวดอีกครั้ง คราวนี้มันปวดร้าวยิ่งยวดกว่าครั้งก่อนจนทัศนวิสัยกลายเป็นขาวโพลนไปชั่วขณะ รอยประทับสีขาวปรากฏขึ้นบนท่อนแขนของผม
ผม