ยืนนิ่ง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ
เพราะ…
ผมรู้ว่ามีอะไรบางอย่างกำลังฟังอยู่
เอี๊ยดด!
พื้นลั่นเสียงอีกครั้งหนึ่ง ตามมาด้วยเสียงน้ำหยดในห้องครัวเจ้าเก่า
ริมฝีปากสั่นเทา จิตใจเหนื่อยล้า แต่ผมไม่ยอมแพ้
‘มัน… ยังไม่รู้ว่าฉันมีชีวิตอยู่ ฉันไม่… คิดว่ามันจะมองเห็นตัวฉันนะ’
ผมจ้องตรง มองดูบทกลอนเบื้องหน้า
มันเกือบจะเสร็จสมบูรณ์
ขาดอีกเพียงแค่นิดเดียว
‘ช่างมันเถอะ ไม่ต้องแต่งให้จบก็ได้ แค่นี้ก็พอใช้ได้แล้วแหละ’
เอี๊ยดด!
เสียงพื้นดังเอี๊ยดอ๊าดมาจากข้างหลัง แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้อง ผมเห็นเงาขนาดใหญ่ปรากฏกายด้านหลังตัวผมพอดิบพอดี
ผมแทบสำลักลมหายใจจนเกือบหลุดเสียงออกมา แต่ก็ยังจัดการตะครุบปากตัวเองไว้ได้ทันท่วงทีด้วยมือทั้งสองข้าง
ท่ามกลางความมืดมิดที่โอบล้อมรอบ ผมพยายามฝังความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดกลบให้มิด
ชายบิดเบี้ยวอยู่ข้างหลังผม
เขากำลังมองดูบทกลอน
เขาจะมีปฏิกิริยาหรือเปล่า? เขาจะยอมพูดออกมาไหม? เขาจะทำยังไงต่อ?
ผมยืนด้วยความกระวนกระวาย หวังว่าจะมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้น หวังว่าจะได้ยินเสียงอะไรสักอย่างออกมาจากปากของมัน
และในไม่ช้า…
มันก็ส่งเสียง
“ก-กล้าดียังไง…”
ขนแทบทุกเส้นบนร่างกายของผมลุกชันทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น ทั้งทุ้มต่ำและสั่นพร่าราวกับกำลังคำราม
แอ๊ดดด แอ๊ดดด!
หน้าต่างที่อยู่ห่า