งไกลเริ่มสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด บานพับเหวี่ยงไปมาหน้าหลัง ผมลืมตาขึ้น เห็นชายบิดเบี้ยววางนิ้วลงบนผนัง ลากมันไปตามบรรทัดของบทกวี
“ใครกัน… ที่กล้า… ทำ”
ผมแทบจะสัมผัสได้ถึงแรงโทสะจากน้ำเสียงของมัน
อีกทั้งเสียงยังชัดเจนมากเสียจนผมได้ยินเต็มสองหู
แต่จะชัดหรือไม่ชัด ก็ไม่ได้สำคัญสำหรับผมอีกต่อไป
‘มันพูดแล้ว! ในที่สุดมันก็พูดด้วยเสียงของตัวเองสักที!’
ผมจบเกมได้เลยในตอนนี้!
หากสมมติฐานของผมถูกต้อง ถ้าอย่างนั้นในจังหวะนี้ ผมสามารถแสดงตัวต่อหน้าชายบิดเบี้ยวได้เลยว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่ เพื่อยุติเกมอันเบี้ยวบิดของมัน
ผมชนะเกมนี้แล้ว
ผมชนะชายบิดเบี้ยวแล้ว
ผม—
‘ไม่หรอก ฉันยังไม่ชนะ’
ผมชะงักอยู่สองสามวินาทีหลังจากนั้น ดวงตาจ้องมองเงาที่กำลังจางหายไปจากตรงหน้าเมื่อแสงจันทร์ลับลาและภายในห้องหวนคืนสู่ความมืดมิดอีกครั้งหนึ่ง
‘…จะรู้ได้ยังไงว่าเป็นเสียงของมันจริง ๆ น่ะ?’
นี่มัน…
ถ้าเกิดว่านี่เป็นกับดักอีกชั้นที่ชายบิดเบี้ยววางเอาไว้ล่ะ?
‘ความผิดปกติตัวนี้ไม่ได้โง่ ถึงมันจะคิดว่าฉันตายไปแล้ว แต่ฉันมั่นใจว่ามันต้องรู้สึกตงิด ๆ ตอนที่สัมผัสได้ถึงมิเรลล์กับดรีมวอล์กเกอร์แน่นอน และถึงมันจะรู้ว่าพวกนั้นไม่ใช่มนุษย์ มันก็น่าจะยังคิดว่ามีอะไรสักอย่างผิดปกติอยู่ เลยจงใจล่อให้ฉันพูดโดยการแกล้งเผย ‘จุดอ่