‘ขอล่ะ จบชีวิตฉันทีเถอะ’
ไม่สิ จริง ๆ แล้ว ผมยังตายตอนนี้ไม่ได้
เพราะผมต้องฆ่าไอ้เวรนั่นให้ได้ก่อน ถึงจะตายตาหลับ!
“ที่ปรึกษาด้านทรอม่าเหรอ? ในที่สุดทางกิลด์ก็ตัดสินใจจ้างมาสักทีสินะ?”
“เซอร์ไพรส์จังแฮะ แต่ว่า…”
“เขาดูซึมเศร้าแล้วก็ทรอม่าหนักกว่าคนส่วนใหญ่ในนี้อีกนะ?”
“พูดอีกก็ถูกอีก”
เดี๋ยวก่อน
ผมหมายถึง ที่พวกเขาพูดมามันก็ไม่ผิดหรอก แต่… พอได้ยินเต็ม ๆ หูแบบนี้ ผมก็รู้สึกเจ็บนิดหน่อย อันนี้ว่ากันแบบไม่โกหกเลยนะ
ทรอม่าน่ะมีแน่นอน แต่ยังไม่ได้เป็นซึมเศร้าสักหน่อย ถึงจะเกือบ ๆ แล้วก็เถอะ
“อย่างที่ผมบอกไป เรารับฟังความทุกข์ของคุณทุกคน ถึงผมจะเห็นด้วยกับพวกคุณส่วนใหญ่ในนี้ก็เถอะ แต่เขาสามารถดูแลเคสแบบพวกคุณได้แน่นอน ใครอยากลองก็เริ่มพรุ่งนี้หรือวันมะรืนได้เลย แค่จองนัดกับนักจิตปรึกษาธอร์นเอาไว้ก็พอ”
หัวหน้าแผนกละความสนใจจากผมไปอย่างรวดเร็วหลังกล่าวจบ
เขาหยิบรีโมตเล็ก ๆ ออกมา แล้วชี้มันไปทางด้านบนของห้อง ตรงจุดที่เครื่องโปรเจกเตอร์ขนาดเล็กค่อย ๆ เลื่อนตัวลงมา
“ใครสักคนช่วยปิดไฟให้ผมหน่อยได้ไหม?”
สมาชิกใหม่คนหนึ่งปิดไฟตามคำขอ หัวหน้าแผนกเปิดจอโปรเจกเตอร์ มันส่องสว่างกระทบกับด้านหนึ่งอันว่างเปล่าของห้อง
“ตอนนี้ผมพูดส่วนของตัวเองจบไปแล้ว ถึงเวลาที่เราจะมาคุยเรื่องที่ซีเ