นิงหนิงพยักหน้า “ฉันเข้าใจแล้ว”
เมื่อได้คำตอบจากหนิงหนิงแล้ว จากนั้นมันก็กระโดดข้ามสัตว์อื่น ๆ ไปอย่างว่องไวและคล่องแคล่ว มุ่งหน้ากลับไปในทิศทางที่พวกเขาเดินทางมา
ราวกับเป็นลำแสงสีทอง ในพริบตาเดียวก็หายลับไปไร้ร่องรอย
จ้าวฉี่หมิงตกใจ “ทำไมมันถึงไปแล้วล่ะ?”
มองดูสัตว์ทั้งหลายที่จ้องมองมาอย่างดุร้าย เขารู้สึกกลัวเล็กน้อย
หนิงหนิง “มันบอกให้พวกเราพาฝูงสัตว์เหล่านี้ไปก่อน”
ซูเจาตระหนักขึ้นมาทันที “นี่มันกำลังฝากสัตว์เหล่านี้ไว้กับคุณสินะ”
หนิงเหนียนมองไปยังทิศทางที่วิญญาณผู้พิทักษ์จากไป “แล้วมันล่ะ ไปทำอะไร?”
หนิงหนิง “ไม่รู้”
เรื่องนี้เขาไม่ได้บอก
ซูเจา “แน่นอนว่ามันต้องไปตามขงชิวแน่ ๆ เขาคือตัวการที่เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้”
จ้าวฉี่หมิงคิดอย่างใคร่ครวญ “ขงชิวคนนี้พยายามชี้นำให้พวกเราเป็นศัตรูกับวิญญาณผู้พิทักษ์ตลอดเวลา ทั้งยังพยายามให้พวกเรากำจัดวิญญาณผู้พิทักษ์ลงให้ได้ ดูเหมือนว่าเขาจะยังระแวงวิญญาณผู้พิทักษ์มากอยู่ ถ้าวิญญาณผู้พิทักษ์ลงมือ โอกาสชนะก็น่าจะมีค่อนข้างสูง”
ถ้าเป็นอย่างนั้น พวกเขาน่าจะออกไปจากที่นี่ได้ในเร็ว ๆ นี้
ตอนนี้ซูเจามองอะไรในจ้าวฉี่หมิงก็ไม่มีอะไรถูกใจเลย มองเห็นสีหน้าเฉยเมยของเขาแล้วก็รู้สึกโมโห
“แม้แต่คนโง่ยังมองออกว่าขงชิวคนนี้ไม่ปกติ มีคนบางประเภทที่เชื่อทุกอย่างที่คนอื่นพูด เกือบถูกใช้เป็นเครื่องมือแล้ว ช่างโง่จริง ๆ”
จ้าวฉี่หมิง ‘อดทนไว้ อดทนเอาไว้’
เขาไม่